ที่เที่ยวเชียงใหม่สไตล์ Local สัมผัสเสน่ห์ชุมชนลับ ไปแล้วจะตกหลุมรัก
  1. ที่เที่ยวเชียงใหม่สไตล์ Local สัมผัสเสน่ห์ชุมชนลับ ไปแล้วจะตกหลุมรัก

ที่เที่ยวเชียงใหม่สไตล์ Local สัมผัสเสน่ห์ชุมชนลับ ไปแล้วจะตกหลุมรัก

ชวนไป Outing ฉบับคน Wongnai ยกทีมชมถิ่นเยือนที่เที่ยวเชียงใหม่ 3 วัน 4 ชุมชน! ณ ชุมชนบ้านป่าตาล บ้านออนใต้ บ้านต้นเปา และบ้านปงห้วยลาน รับรองสนุกแน่~
1 พ.ย. 2019 · โดย

สวัสดีเจ้า~ วันนี้ Wongnai Outing! นำโดยเชฟบาล์มและผองเพื่อน จะพาเพื่อน ๆ ชาว Wongnai ออกเดินทางไปสัมผัสที่เที่ยวเชียงใหม่สไตล์ Local ยลเสน่ห์ชุมชนลับสุดน่ารัก ถ้าคุณได้ไปแล้วจะต้องหลงรักอย่างแน่นอน! ได้กินได้เที่ยวพร้อมทำกิจกรรมสนุก ๆ จัดเต็ม 3 วัน 2 คืน! เรียนรู้การทำกระดาษสา ชมงานผ้าฝีมือชาวบ้าน จิบกาแฟ แต่งชุดไทยอง กินอาหารสไตล์กาดมั่วเคล้าแสงตะวัน จับปลา เก็บผัก เก็บมัลเบอร์รี่ และสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ร่วมกับชาวบ้าน ด้วยวัตถุดิบที่หาได้จากท้องถิ่น! จะสนุกสนานและน่ารักขนาดไหนตามมากันเล้ยยย~

ที่เที่ยวเชียงใหม่สไตล์ Local สัมผัสเสน่ห์ชุมชนลับ ไปแล้วจะตกหลุมรัก
ที่เที่ยวเชียงใหม่สไตล์ Local สัมผัสเสน่ห์ชุมชนลับ ไปแล้วจะตกหลุมรัก

DAY 1

1ชุมชนบ้านต้นเปา 
Workshop สร้างสรรค์งานกระดาษสา

“ชุมชนบ้านต้นเปา” ที่เที่ยวชุมชนเชียงใหม่ อยู่ห่างจากสนามบินเชียงใหม่ประมาณ 14 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 20 นาที ซึ่งชุมชนบ้านต้นเปาเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งผลิตกระดาษสาที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่นั่นเองค่ะ เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงรู้จัก “กระดาษสา” กันเป็นอย่างดี ตอนเด็ก ๆ ต้องเคยผ่านงานฝีมือกันมาบ้างล่ะ ฮ่า ๆ ขอเกริ่นสักนิด...ในอดีตกระดาษสาจะถูกใช้ในงานประกอบงานบุญประจำปี งานพิธีต่าง ๆ นำมาใช้ในครัวเรือน เช่น ยันต์, ไส้เทียน, ตุง, โคม, พัด, ร่ม เรียกว่าสารพัดประโยชน์ และมีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี! 

ชุมชนบ้านต้นเปา  Workshop สร้างสรรค์งานกระดาษสา

มาที่นี่พวกเราก็ได้พบกับ “คุณลุงวิจิตร” คนที่จะมาสอนพวกเราเวิร์คช็อปกระดาษสาให้พวกเราในวันนี้ คุณลุงวิจิตรมีกิจกรรมน่ารัก ๆ ไว้ต้อนรับกลุ่มนักท่องเที่ยวอยู่เยอะมาก ซึ่งกิจกรรมหลัก ๆ ของพวกเราในวันนี้จะแบ่งเป็น 3 กิจกรรมคือ ทำกระดาษสา ย้อมสีพัด และทำกรอบรูปลายหินอ่อน ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกันเล้ยยย~ 

เที่ยวเชียงใหม่ ชุมชนบ้านต้นเปา
เที่ยวเชียงใหม่ ชุมชนบ้านต้นเปา
ชุมชนบ้านต้นเปา  Workshop สร้างสรรค์งานกระดาษสา

เริ่มแรกคุณลุงวิจิตรจะเล่าเรื่องราวของกระดาษสาให้เราฟังคร่าว ๆ ก่อน หลังจากนั้นจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการสร้างสรรค์งาน! โดยเริ่มจากตักนำเอาเยื่อกระดาษที่แช่น้ำไว้มาเทลงในตะแกรง แล้วค่อย ๆ ใช้มือตบให้เยื่อกระดาษสากระจายทั่วตะแกรง หลังจากนั้นคุณลุงก็ให้เราไปเก็บดอกไม้หรือใบไม้สวย ๆ มาประดับในกระดาษสา ตรงนี้แล้วแต่ความครีเอทของเราเลย จากนั้นก็นำไปตากแดดรอจนกว่าจะแห้ง เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วค่ะ ต่อด้วยสอนย้อมสีพัด และทำกรอบรูปลายหินอ่อนสนุกมาก ๆ สำหรับใครที่อยากเรียนรู้และสร้างสรรค์งานกระดาษสาแบบพวกเราก็สามารถมาได้ทุกวัน แต่อย่าลืมติดต่อคุณลุงล่วงหน้าก่อนเข้ามาจะได้ได้ทำแน่นอน

  • เวิร์คช็อปครึ่งวัน (ราคา 600 บาท)
  • เวิร์คช็อปชั่วโมงครึ่ง (ราคา 400 บาท)
  • ติดต่อ : 081-952-7949 คุณลุงวิจิตร 
เที่ยวเชียงใหม่ ชุมชนบ้านต้นเปา

2Meena Rice-Based Cuisine
กินอาหารฟิวชั่น | ช็อปปิงงานคราฟท์

หลังจากที่พวกเราเวิร์คช็อปงานกระดาษสากันไปเกือบครึ่งวัน ก็แวะพักกินข้าวที่ร้านอาหารเชียงใหม่บรรยากาศดี “Meena Rice-Based Cuisine มีนามีข้าว” ร้านอาหารไทยที่เน้นข้าวเป็นหลัก คือข้าว 5 สี ประกอบไปด้วยข้าวหอมมะลิ ข้าวอัญชัน ข้าวดอกคำฝอย ข้าวกล้อง และข้าวไรซ์เบอร์รี่ สีสันสวยงามชวนกินเหมาะสำหรับคนรักสุขภาพสุด ๆ ใครอยากกินสีไหนก็เลือกสั่งได้ตามใจชอบ เราสั่งมาทั้งหมด 5 เมนู (ก็ไม่ได้หิวเท่าไหร่หรอกนะ) มีทั้งเมนูปลาทอดยำตะไคร้, ไข่เจียวดอกอัญชัน, ต้มแซ่บข้าวกล้องคั่วหมู, ข้าวจี่หมูกระเทียม และเชียงดาผัดไข่กุ้งแก้ว 

Meena Rice-Based Cuisine มีนามีข้าว ร้านอาหารเชียงใหม่

ถ้ามาถึงนี่แล้วต้องห้ามพลาดเมนูเด็ดจากผักพื้นบ้านภาคเหนือ “เชียงดาผัดไข่กุ้งแก้ว” (ราคา 120 บาท) ผักเชียงดาหอมหวานรสชาติกลมกล่อม แถมยังช่วยลดน้ำตาลในเลือดอีกด้วยนะเธอ นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูเครื่องดื่มและของหวานเด็ด ๆ ให้เลือกกินอีกเพียบ~ ใครมาเที่ยวเชียงใหม่ล่ะก็ห้ามพลาดร้าน “Meena Rice-Based Cuisine มีนามีข้าว” อาหารดีบรรยากาศร่มรื่น มาเช็กอินกันด่วน ๆ อ้อ! กินอาหารเสร็จอย่าลืมแวะเดินช็อปปิงงานคราฟท์กันต่อ ซึ่งบริเวณรอบ ๆ ร้านจะมีแหล่งช็อปปิงและสินค้าน่ารัก ๆ งานคราฟท์เก๋ ๆ อยู่เพียบ ช็อปกันจนกระเป๋าตังค์ฉีกไปเลยเจ้า~

Meena Rice-Based Cuisine มีนามีข้าว ร้านอาหารเชียงใหม่

3ชุมชนบ้านป่าตาล
สัมผัสวิถีชีวิตคนยอง | เวิร์คช็อปงานผ้า | ดินเนอร์อาหารสไตล์กาดมั่ว

ปิดท้ายทริปเที่ยวเชียงใหม่วันแรกกันที่ “ชุมชนบ้านป่าตาล” ที่เที่ยวชุมชนเชียงใหม่ที่คุณไม่ควรพลาดอย่างแรง เพราะที่นี่เขามีกิจกรรมน่ารัก ๆ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวเยอะแยะมากมาย เช่น เดินทัวร์หมู่บ้าน เพ้นท์กระเป๋าผ้า สปาเท้าสมุนไพร แต่งชุดไทยอง และดินเนอร์มื้อเย็นสไตล์กาดมั่วที่ขัวแตะ บรรยากาศริมทุ่งนาสุดฟิน~ ถ้าพร้อมแล้วตามมากันเลยเจ้า 

ชุมชนบ้านป่าตาล
Welcome Drink น่ารักเวอร์~

หลังจากที่พวกเราก้าวขาลงจากรถปุ๊บ! ก็จะมีกลุ่มชาวบ้านคุณลุง คุณป้า แต่งชุดไทยองออกมาต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น พร้อมเสิร์ฟ Welcome Drink เป็นน้ำอัญชันและน้ำใบเตย ดื่มแล้วสดชื่นสุด ๆ หลังจากต้อนรับเสร็จ “พ่อครูวันชัย” ก็พาเราเข้ามาไหว้พระใน “วัดป่าตาล” วัดเก่าแก่มีอายุกว่า 200 ปี และยังเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชนบ้านป่าตาลอีกด้วยนะ ซึ่งชุมชนชาวยองที่นี่ได้อพยพมาจากเมืองยอง ในเขตสิบสองปันนา ตั้งแต่สมัยปี พ.ศ.2536 และยังคงอนุรักษ์สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอย่างเหนียวแน่นเสมอมากว่า 200 ปี สุดยอดไปเลย!

ชุมชนบ้านป่าตาล
แดดเชียงใหม่แรงไม่ใช่น้อย ที่นี่เขามีร่มให้ยืมด้วย

“แม่หน่อง” ก็เริ่มพาพวกเราเดินทัวร์หมู่บ้าน จุดแรก “ตาเหลิมกล่องข้าว” เราจะได้พูดคุยและชม “ตาเหลิม” โชว์ทำงานสานสวย ๆ มีทั้งกล่องข้าว กระติ๊บข้าวเหนียว และงานสานสารพัดประโยชน์ เราสามารถขอทำเวิร์คช็อป หรือช่วยอุดหนุนซื้อกลับไปเป็นของฝากได้ด้วยนะ เดินต่อมายังฐาน “นิ้งหน่องผักอินทรีย์” เป็นฐานของแม่หน่อง ไกด์ของเรานั่นเองค่ะ ซึ่งที่ฐานนี้เราจะได้พบกับ “พี่เอ๋” ศิลปินสุดติสท์ที่จะมาสอนเราทำเวิร์คช็อปงานผ้าสุดเก๋กัน โดยกิจกรรมที่เราทำจะเป็นการเพ้นท์กระเป๋าผ้าน่ารัก ๆ ที่ให้เราลงมือเพ้นท์ลายด้วยตัวเอง! อะ ถึงเวลาอวดฝีมือกันซะหน่อย~

ชุมชนบ้านป่าตาล

อะฮ้า~ ได้กระเป๋าผ้ากิ๊บเก๋ที่มีใบเดียวในโลก! มากันคนละใบ แม่หน่องก็พาเราเดินเล่นชิลล์ ๆ มาจุดต่อไป “จักสานป้อเดช” เยี่ยมชมงานจักสานงานไม้ไผ่ของ “ลุงเดช”มีทั้งไม้กวาด ตะกร้า ซาฮวด (ที่ใช้นวดข้าว) ใครอยากลองทำก็ให้ป้อเดชช่วยสอนได้~ เดินกันพอสมควรเริ่มปวดแข้งปวดขาหมดเรี่ยวหมดแรง เหมือนแม่หน่องจะรับรู้ได้ เลยพาเรามาผ่อนคลายด้วยการทำ “สปาเท้าด้วยสมุนไพร” โดยจะใช้สมุนไพร 9 อย่าง ตะไคร้, มะกรูด, ขมิ้น, ใบเตย, ใบมะขาม, ใบหนาดแห้ง, ใบเปล้า และไพล ล้วนเป็นสมุนไพรที่หาได้จากในท้องถิ่น ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดีมากกก~

เที่ยวชุมชนบ้านป่าตาล ที่เที่ยวเชียงใหม่

แช่เท้าเสร็จแม่หน่องพาเรามาเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดไทยอง ใส่ออกมาแล้วน่ารักกลมกลืนกันทุกคนเลย (ฮ่า ๆ) ขอย้ำว่านี่คือกิจกรรมต้องห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวชุมชนบ้านป่าตาลเด็ดขาด! คือการใส่ชุดไทยองดินเนอร์อาหารเย็นเคล้าวิวทุ่งนากันที่ขัวแตะ (สะพานไม้ข้ามทุ่งนา) ก่อนจะกินอาหารก็จะมีการผูกข้อมือต้อนรับนักท่องเที่ยวกันเสียก่อน โดยมี “พ่อหนาน” และ “พ่อขนอม” เป็นคนผูกข้อมือและอวยพรให้พวกเรา 

เที่ยวชุมชนบ้านป่าตาล ที่เที่ยวเชียงใหม่
เที่ยวชุมชนบ้านป่าตาล ที่เที่ยวเชียงใหม่

กิน กิน ได้เวลากินแล้วค่ะ! ต้องบอกไว้ก่อนว่าการกินอาหารสไตล์กาดมั่วเป็นครั้งแรกของพวกเรา ตื่นเต้นกันสุด ๆ โดยชาวบ้านจะตั้งโต๊ะวางอาหารและให้เราเดินเลือกอาหารที่อยากกิน เหมือนกินบุฟเฟ่ต์ในโรงแรมประมาณนั้นเลยล่ะ แต่ต่างกันที่บรรยากาศสุดโรแมนติกแบบชาวบ้าน ๆ ได้สัมผัสธรรมชาติทุ่งนาเขียวขจี วิวพระอาทิตย์ตกดิน และอาหารพื้นบ้านรสเด็ดฝีมือแม่ ๆ ที่ตั้งใจทำให้พวกเรากิน 

ชุมชนบ้านป่าตาล

มาแค่แป๊บเดียวก็รู้เลยว่า ชาวบ้านที่นี่น่ารักและจริงใจกับพวกเรามาก ๆ ไม่แปลกใจเลยถ้าที่นี่จะถูกยกให้เป็นชุมชนต้นแบบ OTOP นวัตวิถี ที่ได้รับการโหวตให้เป็นอันดับ 1 ในเชียงใหม่และ 1 ใน 50 อันดับประเทศ ใครมาเที่ยวเชียงใหม่ห้ามพลาดเลยค่ะ สำหรับใครที่สนใจอยากลองสัมผัสชีวิตชาวไทยองน่ารัก ๆ แบบพวกเราดูรายละเอียดด้านล่างได้เล้ยยย~

1.โปรแกรมทั้งวัน

เริ่มเวลา : 9.00-10.00 น.
กิจกรรม : ไหว้พระ, Welcome Drink, ชมพิพิธภัณฑ์, ชมการทอผ้า, ชมงานจักสาน, ชมงานสาน, กินขันโตกอาหารกลางวันแบบพื้นบ้าน, เวิร์คช็อปงานเพ้นท์กระเป๋าผ้า, สปาเท้า, ใส่ชุดไทยอง, ผูกข้อมือ, กินอาหารเย็นสไตล์กาดมั่ว

  • ราคา 2,700 บาท / คน (ขั้นต่ำ 10 คน)
  • ราคา 2,500 บาท / คน (20 คนขึ้นไป)
  • ค่าอาหารกลางวัน 200 บาท / คน
  • ค่าอาหารเย็นกาดมั่ว 300 บาท / คน
  • ค่าอาหารเย็นกาดมั่ว 1,000 บาท / กลุ่ม (ต่ำกว่า 20 คน)

2.โปรแกรมครึ่งวัน

เริ่มเวลา : 15.00 น.
กิจกรรม : ไหว้พระ, Welcome Drink, เวิร์คช็อปงานเพ้นท์กระเป๋าผ้า, สปาเท้า, ใส่ชุดไทยอง, ผูกข้อมือ, กินอาหารเย็นสไตล์กาดมั่ว

  • ราคา 1,590 บาท / คน (ขั้นต่ำ 10 คน)
  • ราคา 1,390 บาท / คน (ขั้นต่ำ 20 คน)
  • ค่าอาหารเย็นกาดมั่ว 1,000 บาท / กลุ่ม (ที่ไม่เกิน 20 คน)

3.โปรแกรมดินเนอร์ไทยอง

เริ่มเวลา 16.30 น.
กิจกรรม : ไหว้พระ, สปาเท้า, ใส่ชุดไทยอง, ผูกข้อมือ, กินอาหารเย็นสไตล์กาดมั่ว

  • ราคา 1,000 บาท / คน

ติดต่อ : ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บ้านป่าตาล (แนะนำให้ติดต่อล่วงหน้า 3-5 วัน)

ชุมชนบ้านป่าตาล
1 2 3 โพสต์

DAY 2

ชุมชนบ้านออนใต้
สร้างสรรค์เรื่องราวใหม่ด้วยวัตถุดิบชาวบ้าน

วันที่ 2 พวกเราเดินทางไปยัง “ชุมชนบ้านออนใต้” อีกหนึ่งที่เที่ยวชุมชนเชียงใหม่สุดน่ารัก เราจะได้สัมผัสวิถีชีวิตแบบ “บ้านจุ้ม เมืองเย็น” (บ้านที่อุดมสมบูรณ์ เมืองที่สงบร่มเย็น) วันนี้เชฟบาล์มและทีม Wongnai Outing จะมาทำกิจกรรมสุดพิเศษ คือการสร้างสรรค์เรื่องราวใหม่ ๆ ผ่านวัตถุดิบที่หาได้จากชุมชน เรามาเริ่มกันที่ “ออนใต้ฟาร์ม” ร้านอาหารเชียงใหม่สไตล์ Local Food ตั้งอยู่ในชุมชนออนใต้

ชุมชนบ้านออนใต้

จุดเด่นคือทางร้านจะนำเอาวัตถุดิบในชุมชนมาทำอาหาร ต้องบอกว่าเด็ด สะอาด ปลอดภัยทุกเมนู ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่จะปลูกข้าว ปลูกผัก เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ที่สำคัญทุกอย่างล้วนเป็นผลิตภัณฑ์จากออร์แกนิก ดีต่อใจแถมดีต่อสุขภาพอีกด้วยนะ  “พี่โย” ได้เล่าให้เราฟังถึงจุดเริ่มต้นของการทำออนใต้ฟาร์ม ว่าเกิดจากสาเหตุที่ชาวบ้านในชุมชนล้มป่วยด้วยสารเคมีเกษตรถึง 90% พี่โยเลยริเริ่มทำเกษตรแบบปลอดสารเคมี กลายเป็นร้านอาหารออนใต้ฟาร์มนั่นเอง

ที่เที่ยวเชียงใหม่สไตล์ Local สัมผัสเสน่ห์ชุมชนลับ ไปแล้วจะตกหลุมรัก
ที่เที่ยวเชียงใหม่สไตล์ Local สัมผัสเสน่ห์ชุมชนลับ ไปแล้วจะตกหลุมรัก

มาถึงพวกเราก็เริ่มลงมือประชุมภารกิจสุดลับว่าจะทำเมนูอะไรเสิร์ฟชาวบ้านดี หลังจากได้ข้อสรุปพี่โยก็พาเรานั่ง “น้องน้ำเขียว” รถทัวร์ชุมชนออนใต้อายุเครื่องกว่า 80 ปี เที่ยวชุมชนออนใต้ฟาร์มพร้อมออกตามหาวัตถุดิบมาสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ กัน โดยจุดแรกพี่โยพาพวกเราแวะมาที่ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์” เป็นบ่อน้ำแร่บริสุทธิ์ไหลลงจากภูเขา ชาวบ้านที่นี่เชื่อกันว่ากินแล้วจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยและรักษาโรคได้ มาถึงแล้วก็จิบคนละจิบสองจิบ “ว้าว...รสชาติดีไม่น้อยเลย”

ชุมชนบ้านออนใต้

เสร็จแล้วเราก็นั่งน้องน้ำเขียวมายัง “วัดเชียงแสน” ตั้งอยู่ในหมู่ 7 บ้านป่าตึง เป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 700 ปี! ภายในวัดมีจุดเวิร์คช็อปเครื่องถ้วยสันกำแพงเอกลักษณ์โดดเด่นของชาวออนใต้ ตอนนี้พวกเราก็ได้จานสวย ๆ และของตกแต่งโต๊ะอาหารน่ารัก ๆ เรียบร้อย จุดต่อไปพี่โยพาพวกเรามาที่ “สวนหม่อนศิริ มัลเบอร์รี่” มาที่นี่เราจะได้ชิมน้ำสมูธตี้ทำจากมัลเบอร์รี่สด ๆ จากต้น ต้องบอกว่ารสชาติดีม้ากกก~ ดื่มแล้วสดชื่นสุด ๆ หลังจากนี้เราก็ไปตามหาวัตถุดิบต่อกันยาว ๆ จับปลาเอย เก็บผักเอย เก็บไข่ไก่อารมณ์ดี (เปิดเพลงให้ไก่ฟัง มีที่ให้ไก่วิ่งเล่น) ตอนนี้เชฟบาล์มก็ได้วัตถุดิบดี ๆ กลับมาปรุงอาหารครบแล้วค่ะ

ชุมชนบ้านออนใต้

กลับมาที่ออนใต้ฟาร์ม พวกเราก็เริ่มสวมบทเป็นพ่อครัว แม่ครัว ช่วยเชฟบาล์มลงมือสร้างสรรค์อาหาร จัดโต๊ะดินเนอร์สุดหรู ชุลมุนวุ่นวายกันสุด ๆ แต่ ๆ เมนูที่ได้ก็หน้าตาดีไม่ใช่เล่น ๆ นะจ๊ะ เริ่มด้วยเมนู “ผักเชียงดาทอด ดิปน้ำพริกเผาโฮมเมด” เชฟบาล์มใช้ผักท้องถิ่นอย่างผักเชียงดา นำมาชุบแป้งทอดเสิร์ฟคู่กับน้ำพริกเผาโฮมเมดฝีมือพี่โย กินแล้วเข้ากันดี๊ดี

ชุมชนบ้านออนใต้

ต่อด้วยเมนูปลาหน้าตาสุดอินเตอร์ เชฟบาล์มตั้งชื่อให้ว่า “ปลานิลอบสมุนไพร ซอสมัลเบอรี่” แค่ชื่อก็ชวนกินแล้ว! โดยเมนูนี้เราจะใช้ใบมะกรูด ตะไคร้ ซอยให้ละเอียดนำไปผสมกับเกร็ดขนมปัง เท่านี้เราก็จะได้เกล็ดขนมปังกลิ่นสมุนไพรหอม ๆ ต่อไปก็นำปลานิลที่แล่เอาแต่เนื้อมาคลุกกับแป้ง ไข่ และเกล็ดขนมปังกลิ่นสมุนไพร จากนั้นก็นำปลาชุบเกล็ดขนมปังไปเข้าเตาอบไฟบนล่าง ด้วยอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียส 20 นาที ระหว่างนั้นเราก็ตั้งหม้อเปิดไฟใส่มัลเบอร์รี่สดและน้ำเปล่าลงไป เคี่ยวจนมัลเบอร์รี่เริ่มสุก ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย น้ำตาล เคี่ยวต่อจนซอสข้น หลังจากนั้นใส่เนยลงไปคนจนเข้ากัน

ชุมชนบ้านออนใต้
ไม่ได้มาเล่น ๆ

เสร็จแล้วนำมาจัดแต่งจานด้วยดอกไม้และผักสวนครัวนานาชนิด ที่ปลอดสารพิษและสามารถกินได้ เท่านี้เราก็ได้เมนูปลานิลสไตล์ฟิวชั่นเก๋ ๆ แล้วค่ะ ปิดท้ายด้วยเมนูน่ารักที่เพื่อน ๆ ชาว Wongnai สามารถทำตามได้ง่าย ๆ “ยำดาราบุปผา” ยำไข่ดาวใส่ดอกไม้กินได้ทั้งดอกอัญชันและดอกกุหลาบ รสชาติน้ำยำเปรี้ยวหวานกำลังดี กินคู่กับไข่ดาวกลมกล่อมเลยทีเดียว พร้อมเสิร์ฟ! เชิญคุณลุงคุณป้าผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน มาร่วมโต๊ะดินเนอร์กลางทุ่งหญ้าสีเขียวเคล้าวงดนตรีพื้นเมืองสุดไพเราะ พร้อมการแสดงรำสวย ๆ นี่แหละ เสน่ห์ของการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งบริหารจัดการโดยคนในชุมชนเองร่วมกันเอง ประทับใจมาก~ เริ่มหลงรักชุมชนเชียงใหม่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว ต้องกลับมาเยือนอีกแน่นอน!

ชุมชนบ้านออนใต้
ดินเนอร์สุดโรแมนติก
ชุมชนบ้านออนใต้
ปลานิลอบสมุนไพร ซอสมัลเบอรี่

Day 3

1อ่างเก็บน้ำห้วยลาน
ปั่นจักรยานรับไออุ่นยามเช้า

ตื่นมาปั่นจักรยานยามเช้ารับไออุ่นจากแสงแดดเบา ๆ ที่ “อ่างเก็บน้ำห้วยลาน” อ่างเก็บน้ำในพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 บรรยากาศดีวิวสวยอย่าบอกใคร ปั่นชิลล์ ๆ ถ่ายรูปไป ได้รูปสวยอัพอวดเพื่อนในโซเชียลได้ข้ามปีเลยทีเดียว! 

อ่างเก็บน้ำห้วยลาน ที่เที่ยวเชียงใหม่
ชุดปั่นจักรยานต้องประมาณนี้แหละค่า~
อ่างเก็บน้ำห้วยลาน ที่เที่ยวเชียงใหม่
บรรยากาศยามเช้าบนอ่างเก็บน้ำ

2ชุมชนบ้านปงห้วยลาน

ปั่นจักรยานเที่ยวชุมชนบ้านปงห้วยลานที่เที่ยวชุมชนเชียงใหม่กันต่อ แวะกินกับข้าวฝีมือชาวบ้าน แน่นอนว่าอาหารพื้นบ้านที่นี่ต้องไม่พลาดเชียงดาผัดไข่ เมนูนี้มีทุกบ้านจริง ๆ นะ ต่อด้วยเมนูน้ำพริกหนุ่ม แคปหมู, จอผักกาด, ลาบปลา, แกงผักหวาน, ลาบปลา, แกงผักหวาน และผักต้ม ต้องยกนิ้วให้ทุกเมนู เติมแล้วเติมอีกจนคุณป้าต้องร้องขอชีวิต! 

ที่เที่ยวเชียงใหม่ ชุมชนปงห้วยลาน
ผักเชียงดามีอยู่ทุกบ้าน
ที่เที่ยวเชียงใหม่ ชุมชนปงห้วยลาน
น้ำพริกหนุ่มรสเด็ด!

กินเสร็จออกไปเดินย่อยช็อปปิงงานผ้าในหมู่บ้าน เป็นสไตล์ที่วัยรุ่นสามารถใส่เที่ยวได้ชิค ๆ คูล ๆ จริง ๆ ชุมชนบ้านปง - ห้วยลานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกเยอะ สำหรับใครที่สนใจมาเที่ยวชุมชนบ้านปงห้วยลานเราอ่านรายละเอียดได้เลย
กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์บ้านปง - ห้วยลาน

  • เยี่ยมชมโครงการพระราชดำริ อ่างเก็บน้ำห้วยลาน การเพาะกล้าไม้, การเจาะยางรัก, ฝายชะลอน้ำ ฯลฯ (ราคา 400 บาท / คณะ)
  • ชมสวนผักบ้านยายสม (ราคา 500 บาท / คณะ)
  • บ้านทอผ้า ชมงานทอผ้า ลงมือทอผ้า (ราคา 800 บาท / คณะ)
  • เวิร์คช็อปทำขนมพื้นบ้าน ขนมขี้แมว (ราคา 1,000 บาท / คณะ)
  • สานใบตาล (ราคา 1,000 บาท / คณะ)
  • ปักกระเป๋าผ้า พวงกุญแจปลา (ราคา 1,000 บาท / คณะ)
  • ปั่นจักรยานเที่ยวชุมชน (ราคา 100 บาท / คัน)
  • อาหาร (ราคา 120 บาท / มื้อ)
  • ค่าประสานงาน (500 บาท / คน)
  • ไกด์พาเที่ยวชุมชน (300 / คน)
  • ค่าบำรุงชุมชน (20 บาท / คน)

ราคานี้สำหรับนักท่องเที่ยวไม่เกิน 10 คน
สนใจสอบถามเพิ่มเติม : 082-187-2452 คุณจินดา, 085-615-7686 คุณวรรณา

ที่เที่ยวเชียงใหม่ ชุมชนปงห้วยลาน
 ทางเข้าบ้านทอผ้าน่ารักมาก~

3Workshop Pasta ที่ Barefoot Cafe 

กลับเข้าเมืองเชียงใหม่ย่านท่าแพ แวะมาทำเวิร์คชอบพาสต้ากับ Barefoot Cafe ที่ “Thapae Co-Kitchen Space, Barefoot Cafe ตั้งแต่กระบวนการทำเส้นพาสต้าจนเสิร์ฟบนจานสวย ๆ ซึ่งการทำพาสต้าที่นี่จะเน้นใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นทั้งหมด วันนี้ทางร้านก็มีเมนูให้เราเลือกทำโดยแบ่งเป็น “Tomato Based” มีทั้งแบบ Original, Spicy, Vegetarion, พริกอ่อง และ “Carbonara Based” มีทั้งแบบ Barefoot Style, กะปิ, มิโสะ, พริกขี้หนู เลือกกันไม่ถูกเลยอยากกิน เอ้ย! อยากทำทุกแบบเลย~

Thapae Co-Kitchen Space  Workshop พาสต้า
Thapae Co-Kitchen Space  Workshop พาสต้า

ทำเสร็จแล้วก็กินอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา แฮปปี้กันถ้วนหน้า สำหรับใครที่สนใจสามารถติดตามกิจกรรม Workshop ได้ที่เพจ Thapae Co-Kitchen Space และเพจ Barefoot Cafe

Thapae Co-Kitchen Space  Workshop พาสต้า
เอ้า...กิน!

4Akha Ama Living Factory 
จิบกาแฟ ทดสอบประสาทสัมผัส

มาเที่ยวเชียงใหม่ต้องแวะไปจิบกาแฟชิลล์ ๆ ที่ร้าน “Akha Ama Living Factory” ร้านคาเฟ่ผสมโรงคั่วกาแฟ แฝงตัวอยู่ในย่านแม่ริมท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติสวยงาม ถูกก่อตั้งโดย “ลี อายุ จือปา” หนุ่มชาวอาข่าเจ้าของเดียวกับแบรนด์กาแฟ “Akha Ama” 

Akha Ama Living Factory  จิบกาแฟทดสอบประสาทสัมผัส
Akha Ama Living Factory 

โดยคุณลีตั้งใจสร้างพื้นที่แห่งนี้ เพื่ออยากถ่ายทอดเรื่องราวกาแฟเพื่อสังคม ให้กลุ่มคนรักกาแฟได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน และยินดีต้อนรับทุกคนที่แวะมาเยี่ยมเยียน “Akha Ama Living Factory” วันนี้พวกเราก็ได้ทำกิจกรรม Sensory Workshop เป็นการประเมินคุณภาพประสาทสัมผัสของกาแฟ โดยกิจกรรมนี้จะเริ่มจากให้เราชิมชิ้นผลไม้ที่เป็นกรด ต่อด้วยน้ำสปาร์คกิ้งต่าง ๆ และชิมกาแฟตั้งแต่คั่วอ่อน คั่วกลาง ไปจนถึงคั่วเข้ม ระหว่างชิมกาแฟทางร้านจะมีกระดาษให้เราเช็กตามที่ประสาทสัมผัสเรารับรู้ บอกเลยว่ายากมาก ๆ เหงื่อตกกันเป็นแถว! ยิ่งชิมยิ่งงงไม่รู้รสชาติจะไปทางไหนดีแต่เป็นกิจกรรมที่แปลกใหม่และสนุกไม่น้อยเลยทีเดียว

Akha Ama Living Factory  จิบกาแฟทดสอบประสาทสัมผัส

เชื่อหรือไม่ว่าการไปเที่ยวของเราก็สามารถสนับสนุนและช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้? อย่างการท่องเที่ยวชุมชนเชียงใหม่ 3 วัน 4 ชุมชน กับทีม Wongnai Outing ครั้งนี้ เราได้เห็นแล้วว่าการท่องเที่ยวแบบชุมชนนั้นมีเสน่ห์ยังไง  เราได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นจากคนที่ไม่รู้จักกัน ได้เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และมิตรภาพดี ๆ เกิดเป็นความประทับใจ... ได้ลงมือทำกิจกรรมสนุก ๆ ที่เราไม่สามารถหาทำได้ในชีวิตประจำวัน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างเจ้าของบ้านและผู้มาเยือน พร้อมร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ซึ่งการท่องเที่ยวแบบชุมชนจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากคนชุมชนไม่ร่วมแรงร่วมใจกัน นอกจากนี้การท่องเที่ยวสไตล์ชุมชนยังเป็นการช่วยกระจายรายได้ให้แก่ชาวบ้านในชุมชน ให้ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยว และเป็นการช่วยให้ชุมชนแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม แล้วอย่าลืม #ยกทีมชมถิ่น กันนะคะ :)

เรายังมีบทความเที่ยวเชียงใหม่อีกเพียบ!

Wongnai
Download Wongnai App Free
App StorePlaystore
Follow Us
สำหรับผู้ใช้ Wongnai
คำถามที่พบบ่อยระดับของผู้ใช้ Wongnaiเกี่ยวกับ Wongnai Eliteตารางอันดับของผู้ใช้งานแนวทางปฏิบัติของผู้ใช้งาน
สำหรับร้านหรือธุรกิจ
แจ้งเป็นเจ้าของร้านลงโฆษณากับ Wongnaiระบบจัดการร้านอาหาร (Wongnai POS)รับเดลิเวอรีผ่าน Wongnai x LINE MAN (RMS)บทความเทคนิคการตลาดเช่าพื้นที่ Wongnai Co-Cooking Space
สำหรับสื่อมวลชน
ข่าว Wongnaiปฏิทินกิจกรรม Wongnai Eventโลโก้ Wongnai และวิธีการใช้
ร่วมงานกับเรา
ตำแหน่งที่เปิดรับLife @ Wongnai
เกี่ยวกับ Wongnai
ประวัติบริษัทติดต่อเราแจ้งปัญหา / ร้องเรียน
Copyright @2010-2020
Wongnai Media Co., Ltd. All right reserved.
Terms & ConditionsPrivacy Policy
THEN