พาเดินเที่ยวงาน Awakening Bangkok 2019 ชมประติมากรรมไฟยามค่ำคืน!
  1. พาเดินเที่ยวงาน Awakening Bangkok 2019 ชมประติมากรรมไฟยามค่ำคืน!

พาเดินเที่ยวงาน Awakening Bangkok 2019 ชมประติมากรรมไฟยามค่ำคืน!

ปลุกถนนเจริญกรุงให้ตื่นด้วยประติมากรรมไฟของงาน Awakening Bangkok 2019 เรียนรู้ประวัติศาสตร์ก็ได้ ถ่ายรูปก็สวย!
15 พ.ย. 2019 · โดย

“เจริญกรุง” ถนนสายสำคัญของกรุงเทพฯอายุกว่า 100 ปี เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรม ศิลปะ ศาสนา ในช่วงเวลาปกติก็สามารถเดินเที่ยวชมสตรีทอาร์ตหรือลัดเลาะหาร้านอาหารเก่าแก่ชิมได้ แต่จะเป็นยังไงถ้าเจริญกรุงในยามค่ำคืนตื่นขึ้นมาด้วยแสงสีของประติมากรรมไฟที่จะมาบอกเล่าประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจของย่านนี้ เราจะพาตะลุยงาน “Awakening Bangkok 2019” เทศกาลแสดงแสงสีที่ปลุกย่านเจริญกรุงและอาคารทรงคุณค่าในย่านเจริญกรุงให้สว่างไสวถึง 10 วันเต็ม ทุกคนสามารถมาเที่ยวงานไฟเจริญกรุงนี้ได้ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 เวลาห้าโมงเย็นถึงห้าทุ่ม!

สำหรับการเดินทางมาเที่ยวงาน Awakening Bangkok ก็ทำได้ง่าย ๆ จะเริ่มเดินจาก “Prince Theatre Heritage Stay” หรือ “Warehouse 30” ก็ได้ ด้วยวิธีตามนี้เลย

  • รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีสะพานตากสิน ทางออก 3 แล้วเดินหรือต่อวินมอเตอร์ไซค์
  • เรือ ลงเรือที่ท่าเรือสี่พระยา แล้วเดินหรือต่อวินมอเตอร์ไซค์
  • รถโดยสาร ขึ้นรถสาย 1,75, 36, 45, 93 ลงรถได้ที่ป้ายอาคารไปรษณีย์กลางบางรัก
  • รถยนต์ส่วนตัว สามารถจอดรถได้ที่ ตึก CAT, ล้ง 1919, ICONSIAM และ House No.1

งานประติมากรรมไฟจะจัดแสดงอยู่กระจัดกระจายไปในย่านเจริญกรุง เพื่อความสะดวกของทุกคน เราจะเรียงชิ้นงานให้ตามสถานที่ ซึ่งมีทั้งหมด 16 สถานที่ ทุกคนจะได้ตามเก็บให้ครบได้ง่าย ๆ ไม่พลาดชิ้นไหนไป

งาน Awakening Bangkok

1Prince Theatre Heritage Stay (3 ชิ้น)

มาเริ่มกันที่ “Prince Theatre Heritage Stay” ที่เราจะเก็บงานได้ถึง 3 ชิ้นด้วยกัน หลังจากปีที่แล้วที่ Splendour Soils สร้างความประทับใจไว้ที่นี่ด้วย “California Dream” งานศิลปกรรมไฟและกระจกสีสันสดใสที่ทำให้เราย้อนนึกถึงเจริญกรุงในช่วงปี 80-90 ปีนี้ Splendour Soils ก็กลับมาพร้อมกับ “Bangrak Untitled” ที่สะท้อนภาพที่ไม่มีจุดสิ้นสุดของด้านที่เราอาจมองไม่เห็น แต่มีอยู่จริง บางอย่างแม้จะลับจากสายตาเราไปแล้ว แต่ก็ยังคงอยู่ในอีกมุมมองหนึ่ง

Awakening Bangkok

มาลองเปลี่ยนมุมมองโลกจากแนวนอนให้กลายเป็นแนวตั้งไปกับ “The Alien” โดย H-Lab ที่จะทำให้เราตื่นตาตื่นใจไปกับแท่งไฟหลากสีสันที่ถูกสะท้อนด้วยกระจกแบบ Fish Eye และเสียงเพลงสุดคลาสสิกจากวันวานของโรงละครปรินซ์ จุดนี้เราสามารถเข้าไปยืนข้างในได้นะ

Awakening Bangkok
Awakening Bangkok

2About White (1 ชิ้น)

ในบริเวณร้าน “About White” เราจะเจอกับอีกหนึ่งชิ้นงาน คือ “Bamboo Garden” โดย Saturated Designs ชิ้นนี้จะเป็นไฟที่ห้อยลงมา ดูคล้ายกับเหล่าตึกสูงระฟ้าในกรุงเทพฯ แต่ลองตั้งใจมองอีกที่ก็คล้าย ๆ กับป่าไผ่ ดูสงบ เงียบ เรียบง่าย แต่ภายในความสงบเงียบนั้นกลับมีความวุ่นวายยุ่งเหยิงของระบบนิเวศซ่อนอยู่ ไม่ต่างอะไรกับเมืองกรุงเทพฯเลย

Awakening Bangkok

3O.P. Place (1 ชิ้น)

เดินมาถึง “O.P. Place” ห้างดังในอดีตสมัยห้าสิบกว่าปีที่แล้ว ตอนนี้ตัวอาคารถูกประดับด้วยแสงไฟที่เปลี่ยนให้ตึกสุดคลาสสิกนี้ดูมีความสนุกสนานมากขึ้น ด้วยแนวคิดที่ว่าทุกสิ่งบนโลกนี้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าอยู่ตลอดเวลา ไม่มีอะไรหยุดนิ่ง ก็เหมือนกับการเดินทางของแสงที่พุ่งไปข้างหน้าเป็นเส้นตรง มีจุดเริ่มต้น การเดินทาง และการตกกระทบ และ “Transit” โดย Saturated Designs จะทำให้เราได้เห็นการเดินทางของแสงนั้น

Awakening Bangkok

4บ้านพักตำรวจน้ำ (4 ชิ้น)

เมื่อเดินเข้ามาถึงโซน “บ้านพักตำรวจน้ำ” เราก็จะเก็บงานได้อีก 4 ชิ้น เริ่มที่งานแรก “Swing Me to Life” โดย MustStart จะทำให้เราได้นึกถึงวันวานในวัยเด็ก ทุกคนคงเคยเล่นชิงช้าและฮูลาฮูป สองสิ่งที่ยิ่งเราออกแรงกับมันมากเท่าไรก็เหวี่ยงไปอีกทางมากเท่านั้น จะมาทำให้เราหวนนึกถึงช่วงเวลาในวัยเด็กที่ได้เล่นของเล่นเหล่านี้ในสนามเด็กเล่นอีกครั้ง

Awakening Bangkok

ทุกวันนี้เรามีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นบ่อยไหม แน่นอนว่าหลาย ๆ คนจะต้องฉุกคิดได้ว่าเราไม่ได้หันหน้าคุยกับคนข้าง ๆ บ่อยอย่างที่เคยอีกต่อไปแล้ว “ปิติสัมพันธ์” โดย Unplan ประติมากรรมไฟในลักษณะของทุ่งผีเสื้อ แมลงที่เป็นตัวแทนของจิตวิญญาณที่มีชีวิตข้ามผ่านเวลา การมีปฏิสัมพันธ์กับผีเสื้อแห่งจิตวิญญาณเหล่านี้จะทำให้เราระลึกถึงการมีอยู่ของสรรพสิ่ง

Awakening Bangkok

ไม่ว่าใครก็คงเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราอยู่ผิดที่ผิดทางหรือเปล่านะ “Curtainly” โดย Round and Nine ผืนผ้าที่มีลวดลายสมัยใหม่ สีสันสดใสแปลกตา จัดแสดงบนพื้นผิวผุกร่อนและซีดหม่นตามกาลเวลาของบ้านพักตำรวจน้ำ ราวกับจะตั้งคำถามถึงการอยู่ผิดที่ผิดทางของความใหม่ในความเก่า

Awakening Bangkok

การที่เจริญกรุงเปลี่ยนไปจากเดิมมากขนาดนี้ ทำให้เกิดเป็น “Estrange” โดย Yeast ห้องสามห้องที่จะแสดงการมีอยู่ของสิ่งดั้งเดิม การพัฒนาเพื่อเดินทางไปหาสิ่งใหม่ และผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง รู้ตัวอีกที คนเดินทางอย่างเราก็กลายเป็นคนนอกที่ไม่รู้อะไรไปเสียแล้ว

Awakening Bangkok

5ชุมชนมัสยิดฮารูณ (2 ชิ้น)

“ชุมชนมัสยิดฮารูณ” ตรงนี้เราจะเก็บได้ 2 ชิ้น นั่นก็คือโต๊ะกินข้าวสวย ๆ ที่ชวนให้คิดถึงเหตุการณ์ความหิวหลังจากเลิกงานของเรา เมื่อไหร่จะถึงเวลาเลิกงาน? คงเป็นคำถามในใจที่หลาย ๆ คนถามตัวเองอยู่ทุกเย็น “Hungryness After Work” โดย เฉพาะกิจ ประติมากรรมไฟขนาดใหญ่ที่ก่อร่างขึ้นจากกรอบไฟเพดานที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันในออฟฟิศและแสงสีเหลืองที่เป็นตัวแทนของร้านอาหารริมทางที่เรามักจะพุ่งตัวเข้าไปหาหลังจากเลิกงาน ส่วน “Sphere” โดย MHAPA อีกหนึ่งชิ้นงานที่มีความเก๋ตรงมีการแจกหูฟังไร้สายให้เราได้ลองฟังเสียงประกอบด้วย จากจุดเริ่มต้นที่ตระหนักถึงการมีปฏิสัมพันธ์กันของสรรพสิ่ง ศิลปินจึงใช้วงกลมเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมโยง สอดประสานผ่านลวดลายกราฟฟิกหมุนวนซับซ้อนไม่มีที่สิ้นสุด

Awakening Bangkok
Awakening Bangkok

6อาคารไปรษณีย์กลาง (4 ชิ้น)

มาที่ “อาคารไปรษณีย์กลาง” กันบ้าง ตรงนี้เราจะเก็บได้คุ้ม ๆ เลย เพราะมาที่เดียวจะเจองานถึง 4 ชิ้นด้วยกัน เริ่มที่ซุ้มสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่กลางลานเลยแล้วกัน ทุกวันนี้ มนุษย์อยู่ในโลกที่แสนสบาย แต่เคยคิดถึงสัตว์ทะเลที่ได้รับผลกระทบจากการทิ้งขยะพลาสติกลงทะเลของเหล่ามนุษย์บ้างไหม “Into the Plastic World” โดย ขอบฟ้า จันทร์เพ็ญศรีห้องกระจกอะคริลิกที่บังคับให้เรายืนอยู่ท่ามกลางเงาสะท้อน ภายใต้เศษพลาสติกจากขวดน้ำ ทางเข้าเล็ก ๆ และบรรยากาศที่ไร้เครื่องปรับอากาศจะยิ่งทำให้เรารู้สึกอึดอัดมากขึ้นไปอีก นั่นละ ความรู้สึกของเหล่าสัตว์ทะเลที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับขยะพลาสติก

Awakening Bangkok
Awakening Bangkok

ส่วนนี้ก็คือภาคต่อของ “Uncertainty of the Uniform” ที่เคยจัดแสดงไปเมื่อปีที่แล้วบริเวณชั้นใต้ดินของอาคารไปรษณีย์กลาง วันนี้ศิลปินได้กลับมาอีกครั้งกับ “Unidirectional of the Uniform” โดย ภีม พูลผล จาก Saturate Designs เมื่อมาอยู่ในที่เดิม จุดเดิม ลำแสงที่เปลี่ยนไป แนะนำให้ปล่อยใจไปตามแสงสี แล้วตีความงานกันได้ตามใจ

Awakening Bangkok

7ซอยเจริญกรุง 32 (1 ชิ้น)

เดินมาข้าง ๆ ตึก เราจะเจอกับ “ซอยเจริญกรุง 32” ที่เราจะเจอกับงานอีกหนึ่งชิ้น อีกสิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับย่านเจริญกรุงมาช้านานคือ “ร้านอาหารริมทาง” และไม่ว่าย่านเจริญกรุงจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน พ่อค้าแม่ค้าย่อมจะต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับพื้นที่นั้น ๆ ทำให้เกิดเป็น “Ready All The Time” โดย เกียรติศักดิ์ ม่วงคำ ชิ้นงานประติมากรรมไฟที่จับเอาข้าวของที่เราสามารถเห็นได้ทั่วไปตามร้านอาหารริมทางมาประกอบกันเป็นชิ้นงานที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมร้านอาหารริมทางของย่านเจริญกรุง

Awakening Bangkok

8Warehouse 30 (3 ชิ้น)

“Warehouse 30” ตรงนี้มาทีเดียวคุ้ม ๆ เลยเพราะเก็บได้ถึง 3 ชิ้น เราจะได้พบกับ “ไทยเดินเล่น” โดย 305STOP เที่ยวเจริญกรุง ต้องเดินเที่ยวสิถึงจะสนุก เพราะย่านเจริญกรุงไม่เคยหลับไหลเพราะการเดินไปเดินมาของผู้คน ทำให้เกิดเป็นชิ้นงาน Projection Mapping Pop Art ขนาดยักษ์ที่ฉายลงบนผิวของอาคารที่ทำการกลุ่มชวนิชย์ในบริเวณ Warehouse 30 และ “Borderline Project” โดย ธนบดี วัฒนรักษ์ การพยายามสร้างเขตแดนของมนุษย์ที่ท้ายที่สุดก็มักจะสร้างปัญหา จึงเกิดเป็นชิ้นงานเส้นไฟ LED ที่พาดผ่านทางเดินและเรืองแสงเมื่อเราพยายามข้ามผ่าน จะคอยเตือนให้เราระลึกถึงความมีอยู่และความไม่มีอยู่ของมัน

Awakening Bangkok
Awakening Bangkok

“Image of Light” โดย วิรินสิรี ชมเชย จัดเรียงภาพถ่ายที่บิดเบี้ยวของแสงที่ถ่ายจากย่านเจริญกรุง เพื่อเล่าเรื่องราวของย่านเก่าแก่นี้ในมุมที่แตกต่างออกไป

Awakening Bangkok

9ATT 19 (2 ชิ้น)

อาร์ตสเปซอย่าง “ATT19” เคยเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนมาก่อนนะ ตรงนี้เราจะเก็บได้ 2 ชิ้น นี่คือ “Miss Chiral” โดย VAWA Studio จึงเกิดไอเดียทำประติมากรรมไฟเป็นกลุ่มกระจกที่แต่ละบานมีแสงเจิดจ้าในตัว แต่เมื่อแสงสีต่าง ๆ มาสัมผัสกัน ก็แปรเปลี่ยนเป็นแสงสีใหม่ เพราะบางครั้ง สรรพสิ่งก็ไม่ได้ดำเนินไปอย่างที่เราคิดเสมอไป

Awakening Bangkok

10ท่าน้ำสี่พระยา และ River City (2 ชิ้น)

ขึ้นชื่อว่า “ไฟ” ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหน ก็มักจะดึงดูดสิ่งมีชีวิตให้เข้าใกล้อยู่เสมอ ในความสวยงามและอบอุ่นนั้น ไฟก็อาจเป็นกับดักได้ด้วยเช่นกัน Hype” โดย TYJ จึงมาพร้อมกับโครงสร้างไฟขนาดยักษ์ที่ดึงดูดให้เราเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ส่วน “Artificial Nature” โดย Saturate Designs มากับสตอรี่ที่ว่าสมัยก่อน สิ่งที่อยู่คู่กับชุมชนริมน้ำคือ “หิ่งห้อย” แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป มนุษย์บุกรุกธรรมชาติมากขึ้น หิ่งห้อยจึงเป็นสิ่งมีชีวิตที่หาชมได้ยาก งานไฟที่จำลองหิ่งห้อยชิ้นนี้จะสะท้อนแนวคิดที่ว่า แม้ว่าไฟประดิษฐ์จะสวยงามตระการตาแค่ไหน ก็ไม่สามารถทดแทนธรรมชาติได้ รู้แบบนี้แล้วก็ต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมแล้วนะ ก่อนที่จะไม่มีหิ่งห้อยให้เราได้เห็นอีก

Awakening Bangkok
Awakening Bangkok

11บ้านเหลียวแล และ ปากซอยชุมชนตลาดน้อย (6 ชิ้น)

วัน ๆ ชาวกรุงเทพฯต้องใช้ชีวิตอยู่กับฝุ่น ควัน และมลพิษ BGC Glass Studio เลยมาพร้อมกับ “2019 Breath” หรือปอดแก้วเรืองแสงที่ถูกโปรแกรมไฟไว้ให้ตรงกับจังหวะการหายใจของมนุษย์ เป็นภาพสะท้อนของบรรยากาศที่เต็มไปด้วยมลพิษและความตึงเครียดที่ชาวเมืองอาศัยอยู่และสูดหายใจเข้าไปทุกวัน ลองหายใจเข้าออกตามจังหวะของไฟดูสิ และมาดูชิ้นงานน่ารัก ๆ อย่าง “Where is the Giraffe” โดย อิทธิรัฐ แก้วมโนรมย์ กันบ้าง งานชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการย้ายของสวนสัตว์ดุสิต ศิลปินเลยสร้างประติมากรรมยีราฟที่ลอดข้ามผ่านประตูทะลุมิติ โดยไม่มีใครรู้ว่าพวกมันกำลังจะไปไหน

Awakening Bangkok
Awakening Bangkok

12บ้านริมน้ำ (2 ชิ้น)

มานั่งพักและชมงานกันต่อที่ “บ้านริมน้ำ” ตรงนี้เราจะเก็บได้ 2 ชิ้น แต่เป็น 2 ชิ้นที่คุ้มมาก เพราะ “5:50 pm” โดย COTH Studio เขาขนงานมากว่า 4 ชิ้นย่อย แต่ละชิ้นมาในคอนเซปต์แสงยามห้าโมงครึ่ง เพราะเมื่อเหม่อมองสายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนเวลาห้าโมงครึ่ง ไอเดียก็บังเกิด ศิลปินได้หยิบเอาแสงและสีของช่วงเวลานั้นมาทำเป็นงานประติมากรรมไฟที่จำลองภาพยามพระอาทิตย์ตก จำลองบรรยากาศใต้น้ำยามพระอาทิตย์ตก และฉายภาพของช่วงเวลาห้าโมงครึ่งที่แตกต่างกันในแต่ละวัน สะท้อนถึงความจริงของธรรมชาติที่ไม่มีแบบแผนตายตัว

Awakening Bangkok

ส่วน “OPEN-BLIND-HIDDEN-UNKNOWN” โดย KEEP_YOUR_EYES_ON ถ้ามนุษย์เรามีร่างกายที่โปร่งแสง จะเป็นยังไงนะ? KEEP_YOUR_EYES_ON เลยทดลองแนวคิดนี้ผ่านวิดีโอและการถ่ายภาพแบบ Polarized ที่เราจะได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน

Awakening Bangkok
Awakening Bangkok

13ศาลเจ้าโรงเกือก (2 ชิ้น)

เมื่อเดินออกมาจากโซนเดิม เราจะเจอกับศาลเจ้าสีแดง ๆ หรือ “ศาลเจ้าโรงเกือก” ที่เราจะเก็บงานได้อีก 2 ชิ้น นั่นก็คือ “A Conversation with My Past Self” โดย Please Feel Invented ชื่อชิ้นงานก็พอใบ้ให้เราได้ว่างานชิ้นนี้จะเกี่ยวกับอะไร ซึ่งเราก็เดาไม่ผิดเลย เพราะเขาเทคนิคการถ่ายและฉายภาพหน่วงเวลาให้เราสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับตัวเราเองในอดีตในพื้นที่ที่ห่างออกไปได้ ส่วน “Lunar” โดย Saturate Designs ชุมชนริมแม่น้ำคงคุ้นเคยกับปรากฏการณ์ “น้ำขึ้นน้ำลง” ปรากฎการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุก 12 ชั่วโมงจากแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ Saturate Designs จึงมาพร้อมกับวงแสงสีนวล 12 วง สร้างภาพสะท้อนที่แปลกตา

Awakening Bangkok
Awakening Bangkok

นอกจากนี้ยังมีชิ้นงานอีกมากมายให้เราได้ไปตามเก็บ เนื่องจากเวลามีจำกัดเราจึงจะมาอัปเดตกันให้ทีหลังนะ ถ้าใครอยากไปตามให้ครบทั้งหมด เราก็ขอเอาแผนที่มาแปะตรงนี้อีกครั้งเพื่อความสะดวกของทุกคน เซฟไว้ใช้ได้เลย!

awekening2019

น่าเที่ยวใช่ไหม~ นอกจากได้รูปสวย ๆ ไปอัพให้เพื่อนอิจฉากันแล้ว ยังได้แนวคิดจากงานศิลป์ไปอีกมากมายอีกด้วย บางอันก็เป็นภาคต่อของปีที่แล้ว ทุกคนสามารถหารายละเอียดของชิ้นงานปีที่แล้วอ่านเล่น ๆ ได้ที่ รวมจุดถ่ายรูปไฟในงาน Awakening Bangkok 2018 ถ้าใครอยากมาเที่ยว จะเดินเล่นตอนกลางวันแล้วมาดูไฟตอนกลางคืนก็น่าสนใจ มาทั้งทีต้องเดินเที่ยวให้คุ้ม เพราะที่เจริญกรุงมีที่เที่ยวเยอะแยะเต็มไปหมด เราขอแจกทริปเที่ยวเจริญกรุงอย่าง 1 Day Trip ที่เที่ยวเจริญกรุง ที่ถ่ายรูปคู่รักรุ่นใหญ่ สไตล์มินิมอล และ แผนที่เจริญกรุง แจกลายแทงที่กิน ที่เที่ยว ครบ! ไว้ให้ไปเที่ยวกัน อย่าลืมติดตาม Wongnai Travel จะได้รู้ที่เที่ยวใหม่ก่อนใคร เที่ยวก่อนเท่ก่อนนะจ๊ะ !

ติดตามเรื่องราวดี ๆ กันต่อได้ที่