Kobe Beef Special Set
[SR] Wongnai tasting - Imported Kobe beef A5
Yasuda เป็นชื่อเดียวกับคุณเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่นที่ได้มีโอกาสมาเปิดร้านเนื้อที่คอนเฟิร์มว่าเป็น ร้านเนื้อดีที่สุดที่นำเข้าเนื้อจาก Kobe โดยตรงค่ะ ซึ่งทางร้านก็มีลูกชายผู้ซึ่งเป็นทายาทสืบทอดกิจการของร้าน และมีแพลนจะเปิดสาขาอื่นๆยังประเทศใกล้เคียงเพิ่มเติมอีกด้วย โดยร้านที่มีต้นกำเนิดมีสาขาอยู่ใน ประเทศญี่ปุ่นใช้ชื่อว่า Ondoru ค่ะ ติดอันดับร้านชั้นนำที่มีมิชลินสตาร์ในนิตยสารอาหารประเภทเนื้อวัวคุณภาพดี ของประเทศญี่ปุ่นด้วย โดยเนื้อของที่นี่ เน้นเนื้อลาย A5 คุณภาพดีที่นำเข้าโดยตรงเองเลยค่ะ จึงถือว่ามีความพิเศษกว่าที่ไหนๆ **location** ลงสถานี BTS ทองหล่อ ออกทางประตูที่อยู่ใกล้กับซอยสุขุมวิท 34 ค่ะ แต่ร้านเข้ามาค่อนข้างลึก เล็กน้อย หากไม่ได้นำรถส่วนตัวมา สามารถโทรเรียกทางร้านให้นำรถตุ๊กตุ๊กส่วนตัวมารับมาส่งได้ค่ะ บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นบริการน่ารักๆอีกอย่างหนึ่งที่ชื่น่ชอบค่ะ ทางร้านมีที่จอดรถบริการด้านหน้านะคะ กว้างขวางดีค่ะ คนที่นำรถมาไม่ต้องเป็นกังวล **Service** ขอพูดเรื่องของการบริการก่อนเข้าเรื่องเมนูอาหารนะคะ ต้องขอบอกว่า พนักงานที่มาดูแลนั้นมี ความเป็น Professional มาก ดูแลพวกเราชาววงในเทสติ้งเป็นอย่างดีค่ะ และให้ข้อมูลอาหารได้แน่นมาก เทรนด์มาดีมาก ยิ้มแย้ม ที่สำคัญ พูดภาษาญี่ปุ่นได้ด้วยจ้า นอกจากจะคุยกับพวกเราแล้วยังเป็นล่าม แปลภาษาระหว่างเราและเจ้าของร้านให้ด้วย ประทับใจมากค่ะ แต่พนักงานในร้านจะมีต่างชาติบ้าง เป็นบางคนนะคะ อาจจะต้องสื่อสารผ่านพนักงานคนที่ดูแลเป็นหลักค่ะ คุณพนักงานยังช่วยโฆษณา ให้ลูกชายเจ้าของร้านอีกด้วย ว่าโสดมั่กๆๆๆ เพื่ออออ!!! สาวๆรีบกันเป็นแถบ >< เรื่องการเสิร์ฟอาหารก็มาอย่างเหมาะสม สุภาพ ดูแลเรื่องน้ำท่าไม่ขาด แต่เปลี่ยนหลอดบ่อยไปหน่อย โดยรวมประทับใจการบริการค่ะ โดยเฉพาะเจ้าของร้านและลูกชายมีความ Friendly และ service mind ดีมากค่ะ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประทับใจร้านนี้ ขอมอบคะแนน service 4.5 /5 ภายในร้านยังมีเครื่องดื่มแอลกฮออล์หลากหลาย ทั้งสาเกญี่ปุ่นหลายยี่ห้อมากๆ เบียร์ รวมถึงเบียร์คราฟต์ไทยอย่างแบรนด์มหานคร pale ale ด้วยค่ะ **atmosphere** ถ้าตัดอากาศที่ร้อนจัดของประเทศไทยออกไป แล้วเดินเข้าไปในร้านที่มีการจัดตกแต่งแบบสไตล์บ้าน มีต้นไม้ใหญ่และจัดไฟร่มรื่นมากอยู่รอบๆร้านอาหาร ภายในนั้นให้บรรยากาศเหมือนเรียวคังที่เคย ไปพักที่ kawaguchigo มากค่ะ บรรยากาศบ้านที่พร้อมปกป้องทุกคนจากลมหนาวและหิมะภายนอก มีความอบอุ่นแบบสไตล์ญี่ปุ่นมากๆ ต้องจินตนาการสูงๆค่ะ จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ อย่าเดินออกไปนอกร้านเชียวค่ะ เดี๋ยวหิมะจะเกาะ จนละลายเป็นเหงื่อไหลไปทั้งตัว ฮ่าๆๆ มีโซนภายนอกที่เหมือนห้องส่วนตัวในบ้านญี่ปุ่นแบบโบราณด้วยนะ สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวนะคะ ห้องน้ำก็สะอาดสะอ้าน เป็นโถอัตโนมัติแบบญี่ปุ่นค่ะ เดินเข้าไปคือตกใจมาก ฝาโถเด้งขึ้นมา เองพร้อมกับมีแสงสีฟ้า นึกว่าเป็น Alien แน่ะ ดิชั้นเว่อร์ไปอีก **Menu** Tasting วันนี้ทางร้านและวงในจัดเต็มจัดหนักมาให้เราถึง 10 เมนูด้วยกันจ้ะ ไล่เรียงกันไปเรื่อยๆตามลำดับ เครื่องดื่มวันนี้เป็นซอฟท์ดริงค์เย็นๆตามปกติ ทางร้านเลือกที่จะเสิร์ฟเมนูเนื้อให้เราก่อน กันพวกเราอิ่มเสียจนไม่ได้ดื่มด่ำกับลายหินอ่อนของนาง เริ่มกันด้วยของดีที่คุณ Yasuda confirm ว่าเป็นเมนู exclusive ไม่มีที่ไหน นั่นก็คือ "Kobe beef cold tenderloin steak" หรือเรียกสั้นๆว่า cold steak นั่นเองค่ะ เป็นเนื้อ A5 หั่นเต๋า นำไปย่างและแช่เย็น ผ่านกรรมวิธีต่างๆนานถึง 3 วัน กว่าาจะได้สิ่งนี้ขึ้นมา ถ้าฟังถึง presentation ที่มาที่ไป ฟังดูดีมากค่ะ ก็เลยคาดหวังสูง เค้าแนะนำให้ทานกับเลม่อนบีบ ผ่านเปลือกหรือจะทานกับ cold sauce รสเปรี้ยวอมหวานก็ได้ อีกทางเลือกคือวาซาบิซอสค่ะ อ้ามมมมม! รสชาติแอบเหมือนหมูค่ะ ให้ทานคนละชิ้น ยังหาข้อแตกต่างจากเนื้อหมูเย็นๆไม่ได้ค่ะ ขออภัย ลิ้นดิชั้นอาจจระเข้ไปสำหรับจานนี้ งั้นถัดไปค่ะ ความฟินกำลังมา "Kobe Beef special set" menu นี้สิคะฟินจริง ทางร้านเตรียมเตาหินพิเศษจากภูเขาไฟฟูจินำเข้ามาเรียบร้อยแล้ว เพื่อย่างสดให้พวกเราชมค่ะ ทางร้านมีบริการย่างให้ค่ะ ข้อดีของตัวเตาหินย่างนี้คือจะทำให้เนื้อ นุ่มและหอมมากขึ้นเป็นพิเศษค่ะ และมีความร้อนที่คงที่ดี เลยจะเลือกใช้หินภูเขาไฟตัวนี้แหละมาเป็นเตา โดยเซ็ทนี้ประกอบไปด้วยส่วนต่างๆดังนี้ Prime Kobe Beef Kalbi , Choice Kobe Beef Kalbi , Premium Kkobe Beef Kalbi , Kobe Beef Sirloin Thick slice , Kobe Beef Tenderloin Thick slice , Vegetables เนื้อแดงลาย A5 ล้วน มันแทรกอย่างดี จานนี้สวยงามมากค่ะ ได้ชิมกันคนละ 3-4 ชิ้น นุ่มและมีส่วนที่เป็นมันแทรกอยู่เยอะค่ะ ไม่ได้ละลายในปากขนาดนั้น แต่มีความหอมกลมกล่อมดีเหลือ เกิน สามารถจิ้มกับซอสได้หลายแบบ ทั้งเกลือเม็ด ซอสยากินิกุ และซอสพอนสึ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน อันนี้แล้วแต่ความชอบนะคะ แต่ขอ recommended yakiniku sauce มากที่สุดค่ะ ป้ายวาซาบินิดหน่อย กำลังได้ที่เลย ฟินดี ไม่เลี่ยน ราคาเซ็ทนี้อยู่ที่ 4300 บาทค่ะ ทานสัก 1-2 คนแบ่งกันน่าจะอิ่มพอดีๆนะ แต่นี่แบ่งกันหลายคน ความฟินเลยหารกันไปคนละเล็กละน้อยค่ะ แต่ราคานี้เอาจริงๆเห็นก็แอบเครียด เหมือนกัน แต่ถ้าเทียบกับค่าตั๋วไป kobe ล่ะก็ อาจจะคุ้มสำหรับความเห็นหลายๆท่านค่ะ ต่อกันที่ steak เรียงๆกันไปติดๆค่ะ " Steak 3 kinds" ซึ่งมี Tenderloin , Haneshita , Rump ซึ่งส่วนนี้จะมันน้อยที่สุดค่ะ ย่างมาบนหินร้อนๆอย่างดีนะคะ จานนี้น่ารับประทานมากที่สุด ในบรรดาทุกจานในความเห็นของนอยค่ะ เพราะย่างมาอย่างดีแล้วในแบบ medium rare และมีผักที่ย่างมาเป็นเครื่องเคียง ดูน่ารับประทานมากจริงๆ เนื้อนุ่มมากจนสามารถใช้ตะเกียบธรรมดา ฉีกแบ่งได้ค่ะ ถือว่าดีนะคะ จะได้ชิมกับหลายๆซอสค่ะ ที่ชอบรองลงมาคือเห็ดย่าง นี่มันอร่อยดีจริงๆนะ มาถึงเมนูอื่นๆที่ไม่ใช่เนื้อกันบ้าง (ในช่วงแรกๆที่เป็นเมนูเนื้อ อาหารค่อนข้างไม่ flow ค่ะ ติดขัดเล็กน้อย แต่พอหลังๆที่เป็นเมนูจานอื่นก็ออกมาเรื่อยๆไม่ยั้งเลย ตึงพุงมากค่ะ ) "Broiled Fatty salmon aburi" ซึ่งมีสองตัวคือ Ponsu และ cheese เลือกทานตัวใดตัวหนึ่ง วันนี้ได้ทานตัว Ponsu sauce ค่ะ ซึ่งทางร้านรับประกันว่าไม่ต้องจิ้มน้ำจ้ิมเพิ่ม ซอสด้านบนค่อนข้าง cover salmon ได้เกือบทั้งหมดแล้ว ตัวแซลม่อนนุ่มดีค่ะ กึ่งสุกกึ่งดิบ สดดีและให้ชิ้นใหญ่ ด้านบนเป็นซอสพอนสึบดกับหัวไชเท้าที่ละเอียดแล้ว ตรงกลางเป็นข้าวญี่ปุ่น ให้ทานทั้งคำ ส่วนตัวเฉยๆกับเมนูนี้ค่ะ อาจเป็นเพราะทางร้านคงไม่ได้เด่นเรื่องซูชิเท่าใดนัก "Deep fried chicken with Japanese style soy sauce" ไก่ทอดหมักราดด้วยซอสสไตล์ญี่ปุ่น คือตอนแรกคาดหวังว่าจะมาสไตล์บอนชอน แต่ไม่ใช่ค่ะ หวานน้อยกว่า กรอบมากกว่า แป้งบางกว่า ออกแนวเค็มๆเสียมากกว่า ไก่นุ่มดี ทอดมากรอบเหลืองดี มีเลม่อนมาให้บีบอีกแล้ว ทีนี้ prefer lemon มากค่ะ มีแทบทุกเมนู จานนี้กลางๆค่ะ ได้มาตรฐาน แต่คงไม่ใช่ signature วันนี้เรามาฟินเนื้อกันค่ะ เลยไม่ได้ฟินไก่เท่าไรนัก "Fried Black tiger tempura with Chili sauce" หรือที่เรียกง่ายๆว่า ฉู่ฉี่กุ้งเทมปุระ จานนี้ถูกใจคนชอบอาหารไทยแน่นอน ปรากฏทำอร่อยกว่าที่คิดนะคะ คือตัวซอสฉู่ฉี่อร่อยดีงามกลมกล่อม มากๆ ให้ความรู้สึกแบบไทยๆที่ไม่ได้ทำเอาใจให้ถูกปากฝรั่ง หอมเครื่องแกงมาก กะทิเคี่ยวมัน กุ้งก็ตัวใหญ่และทอดมากรอบดีด้วยแป้งไม่หนามากนัก สีเหลืองทอง หอมเชียว ทานกับซอสคือร่อยดีค่ะ กลายเป็นม้ามืดไปเสียอย่างนั้นจานนี้ "Kobe Beef Cheese Korokke" จานนี้แอบผิดวัตถุประสงค์นะคะ ชีสเด่นค่ะ ชีสก้อนใหญ่มาก ยืด กลบชิ้นเนื้อสับไปแทบทั้งหมด ถ้าไม่บอกจะไม่ทราบเลยว่ามีเนื้ออยู่ด้านในค่ะ คนชอบชีสคงรักแหละ แต่มันเลี่ยนค่ะ อมน้ำมันไปนิด และหาเนื้อไม่เจอค่ะ บีบเลม่อนอีกแล้ว และไม่มีน้ำจิ้มให้ทานคู่ เห้ออออ "Tempura with Rice" ข้าวหน้าเทมปุระรวม มีกุ้งตัวใหญ่และผัก อาทิ แครอท ฟักทอง ใบชิโสะ รากบัว เป็นต้น จานนี้เริ่มเลี่ยนแล้วค่ะ ของทอดเต็มไปหมด แต่ถ้าถามว่าอร่อยไหม รสชาติซอสเทมปุระที่ราดลงมากับตัวของทอดนั้น ทำออกมาได้ดีมากค่ะ แต่จานนี้ทุกคนเหมือนเริ่มจะอิ่มๆแล้วค่ะ เลยทานได้ไม่เยอะ ชอบตรงการทอด กรอบทั้งชิ้นดีมากค่ะ เป็นจานที่ทำออกมาได้ดีมาก ถ้าติดว่าอิ่มเสียก่อน คงจ้วงไปหลายคำค่ะ มาถึงเมนูสุดท้ายแล้ว เมนูนี้ถูกใจมากค่ะ ถ้าไม่ติดว่าอิ่มนะ นั่นก็คือ "Kobe Beef Mabushi Chatsuke" เป็นเนื้อโกเบตุ๋นนุ่มๆแบบสุกี้ยากี้ ทานกับซุปดาชิ คือให้เลือกลองทานทั้งแบบใส่ซุปและไม่ใส่ซุป ถ้าใส่ซุปจะได้แบบข้าวต้มเนื้อ แนะนำว่าอย่าใส่เลยค่ะ เพราะอะไร พอคุณใส่ ด้วยความที่ซุปใส รสออกจืดๆ จะทำให้เนื้อที่ปรุงมาเค็มนิดๆ นั้นจืดดดดดสนิท ไปเลย ทั้งที่พอทานตอนแรกก่อนใส่ซุปนั้น เนื้อมีความหนุบๆ มีความเป็นเจลลี่นิดๆคล้ายคอลลาเจน หน่อยๆที่มีอยู่ในคุณสมบัติของเนื้อวัวบางส่วน มันหายไปค่ะ ตอนแรกที่ทานก่อนใส่ซุปปรุงมาพอดีมาก แล้วค่ะ ทานกับข้าวก็อร่อย เมนูนี้เด็กๆคงชอบค่ะ ทานง่าย หนึบๆ อร่อย และไม่เผ็ดค่ะ **Conclusion** จบแล้วค่ะกับสิบเมนู ฟินบ้าง เฉยๆบ้างสลับกันไป แต่ด้วยความที่เตรียมตัวไม่ดี ดิชั้นผิดเอง ลืมชาร์จแบตกล้องและมือถือ ดับไปเฉยๆตอนกำลังถ่ายรูปอยู่ เลยถ่ายรูปมาไม่ครบทุกเมนู ขออภัย กรุณาดูรีวิวเพื่อน Elite ท่านอื่นประกอบการพิจารณานะคะ อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณ Yasuda และวงในอย่างมากที่มอบโอกาสพิเศษให้เข้าไปชิมเนื้อคุณภาพดี ทางร้านทำถูกแล้วค่ะที่เน้นความโดดเด่นไปที่ทางเนื้อ เพราะเมนูอื่นๆอาจจะยังสู้ร้านอาหารญี่ปุ่นบางร้านไม่ได้ แต่ตัวเนื้อต้องยกให้เค้าจริงๆล่ะ สมกับที่ตั้งใจทำและนำเข้ามา แถมราคาก็แอบเอาเรื่องเหมือนกัน สำหรับความคุ้มค่า หากคุณยังไม่ได้จะไปเที่ยวโกเบในเร็วๆนี้ และอยากทานเนื้อของดีจาก Kobe ที่นีแหละตอบโจทย์แน่นอนค่ะ นอกจากบรรยากาศจะดี ภาชนะใส่อาหารยังสวยมากอีกด้วย ทั้งแก้วและชามข้าว นำเข้าจากญี่ปุ่น และมีลวดลายสวยงามมากค่ะ มีจำหน่ายด้วยนะ ขอให้เฉลี่ยที่ 3.5-4 ดาวค่ะ แต่ขอลดมาที่ระดับ 3 ดาวแล้วกันนะคะ เพราะถ้าเทียบกับความคาดหวังที่เรามีให้ต่อเนื้อนั้น มันยังแตะไม่ถึงจุดที่ประทับใจ มากเท่าใดนักค่ะ แต่ถ้ามีโอกาสกลับมาชิมเอง คงจะมาลองตัวอื่นๆบ้าง ที่สนใจอาทิ kobe sashimi , kobe mabushi แบบจานใหญ่ๆเลยค่ะ อาจจะบวกดาวไปได้อีกและอีก ทั้งนี้รีวิวนี้คือเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลนะคะ โปรดพิจารณาและใช้วิจารณญานค่ะ... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
12 Likes0 Comment
LikeShare
photo