พาสต้าผัดกระเทียม
ร้าน Steak สุดฮ็อตที่นาทีนี้ไม่ลองไม่ได้แล้ว ไม่ได้มีดีแค่เนื้อวัวนะจะบอกให้
...แม้ว่าปกติแล้วเราจะไม่ทานเนื้อวัว แต่ชื่อเสียงอันดีงามของ Arno’s Butcher and Eatery - ร้าน steak สุดฮ็อตที่คิวจองยาวเหยียดนี้ก็เย้ายวนใจชวนให้อยากไปเยือนเป็นประสบการณ์ดูสักครั้ง ดังนั้นเมื่อเพื่อนผู้เป็น beef lover ของเราขอให้หาร้านเพื่อไปฉลองกันเมื่อ Christmas Eve ที่ผ่านมา เราจึงได้โอกาสเลือกมาจัดมื้อใหญ่ที่นี่กันค่ะ แน่นอนว่าเราไม่ลืมเช็คให้แน่ใจว่าทางร้านมีเนื้อแกะ แซลมอน หอยลาย หอยนางรม scallops…และอื่นๆให้เราได้ชิมด้วย งานนี้ไม่กินเนื้อวัวก็ฟินได้จ้ะ.. ***-ทำเลที่ตั้ง/บรรยากาศ-*** ร้านตั้งอยู่ในซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 20 (หรือซอยโอฬาริก) เข้าซอยมาประมาณ 200 เมตรจะเห็นร้านอยู่ซ้ายมือค่ะ ถ้าเอารถมาก็ต้องจอดข้างทางบริเวณหน้าร้านนะคะ ..ดั้งเดิมแล้วร้านนี้เป็นเพียงร้านขายเนื้อที่มีพื้นที่เล็กๆไม่กี่โต๊ะให้ลูกค้าได้ลองชิมเนื้อก่อนซื้อไปปรุงอาหารที่บ้าน แต่หลังจากที่ได้รับความนิยมจนต้องเปิดเป็นร้านสเต็กขึ้นมาก็ได้มีการขยับขยายจนรองรับลูกค้าได้ประมาณ 100 คน โดยมีทั้งที่นั่ง outdoor และห้องติดแอร์ด้านในร้าน ตกแต่งสไตล์ rustic และใช้ผ้าปูโต๊ะลายตารางสีแดงสดใส ดูน่ารักทีเดียวค่ะ เสียแต่ว่าโต๊ะอาหารตั้งไว้ค่อนข้างแออัด เวลาพนักงานเดินเสิร์ฟสเต็กร้อนๆใส่ hot plate เดินผ่านมานี่เล่นเอาเสียวไส้ กลัวนั่งกินอยู่เพลินๆพนักงานจะเดินสะดุดทำหลุดมือจะหล่นใส่หัวเอา...555 แต่จริงๆแล้วพนักงานเสิร์ฟเค้าก็ยังไม่เคยพลาดนะคะ ***-เมนูที่ได้ลอง-*** สำหรับขั้นตอนการสั่งอาหารของที่นี่คือให้เดินไปเลือกเนื้อที่ต้องการที่หน้าตู้เลย เมื่อเลือกได้แล้วก็สั่งซอสและ side dishes ไปให้ครบตามที่ต้องการ จากนั้นก็เดินกลับไปนั่งรอสวยๆที่โต๊ะได้เลยค่ะ [Side Dishes] ● French fries (ราคา 70 บาท) – ทอดมาดี๊ดีกรอบนอกนุ่มใน ไม่อมน้ำมัน ทิ้งไว้นานก็ไม่เหี่ยว เสิร์ฟมาจานใหญ่ตู้มสะใจเลยล่ะ ● พาสต้ากระเทียม (ราคา 90 บาท) – เป็นเส้น fettuccine เปล่าๆ ลวกแบบ al dente แล้วผัดกระเทียมมาหอมๆ เอาไว้ทานเคียงกับเนื้อสเต็กที่เลือกก็ใช้ได้อยู่ค่ะ ● Baby Clam Escargot Style (ราคา 150 บาท) – หอยลายอบเนยหอมๆปรุงรสด้วยกระเทียมและเครื่องเทศเสิร์ฟใส่จานหลุมมาแบบเดียวกับเมนู Escargot ของฝรั่งเศส ทานกับขนมปังที่ให้มาด้วยเข้ากันดีมากๆ อร่อยแบบผ่านฉลุยค่ะ ..ฟินเลย.. [Sauce] อันที่จริงสเต็กของที่นี่ย่างมาแบบมีรสมีชาติอยู่แล้ว ทานเปล่าๆก็ไม่ได้จืดชืดอะไร อร่อยค่ะ แต่ใครอยากจะสั่งซอสมาราดเพื่อเปลี่ยนรสชาติดูบ้างก็ได้ อร่อยไปอีกแบบนะ ซอสที่จะใช้ทานกับสเต็กจะมีให้เลือก 4 แบบ เป็นซอสพริกไทย ซอส truffle, mushroom sauce และน้ำจิ้มแจ่วค่ะ (ราคาถ้วยละ 40 บาท) ของเราเลือกเป็น mushroom sauce เป็นซอสครีมเข้มข้นที่ได้กลิ่นรสของเห็ดชัดเจนหอมสุดๆ ..ถูกใจมากๆ บอกเลย [Steaks] เป็นที่รู้กันว่าคุณ Arnaud Carre หรือลุงอาโน ผู้ทำหน้าที่เป็นทั้ง butcher และ chef ของที่นี่นั้นเชี่ยวชาญการบ่ม dry-aged beef เป็นพิเศษ ซึ่งกระบวนการบ่มเนื้อนี้จะทำให้ได้เนื้อที่มีกลิ่นรสเข้มข้นชัดเจนขึ้น และมีความนุ่มมากกว่าเนื้อธรรมดาอันเป็นผลของการย่อยสลายเนื้อเยื่อด้วยเอ็นไซม์ตามธรรมชาติในเนื้อวัวนั่นเอง ..ด้วยเหตุนี้ก็เลยให้ความรู้สึกแตกต่างจากความนุ่มละลายในปากที่เกิดจากไขมันที่แทรกในเนื้อแบบเนื้อวัววากิวนะคะ สำหรับ dry-aged beef ของลุงอาโนนี้จะมีระยะการบ่มเริ่มตั้งแต่ 45 วันเป็นต้นไปค่ะ ● T-Bone Steak (ราคาตามน้ำหนัก 1,200 บาท / 1 กิโลกรัม) – เสิร์ฟมาในกระทะร้อนแบบ medium rare ถ้าใครชอบความสุกระดับนี้ต้องรีบตักออก ส่วนถ้าอยากให้สุกกว่านี้อีกนิดก็จี่เพิ่มอีกหน่อย ส่วนถ้าใครชอบแบบ rare ก็ต้องแจ้งเชฟตั้งแต่ตอนสั่งล่ะค่ะ จานนี้ได้มาเป็นชิ้น T-Bone อายุ 45 วัน เพื่อนบอกว่าได้กลิ่นหอมของเนื้อเข้มข้นและเนื้อก็นุ่มนวลดีใช้ได้ทีเดียว แต่ว่าเธอยังไม่ถึงกับปลื้มที่สุด (เคยกินอร่อยกว่านี้ว่างั้นเถอะ) เพราะเธอชอบความนุ่มแบบละลายในปากของเนื้อวัววากิว A5 ที่ได้ไปลองที่ญี่ปุ่นมากกว่า ...ความประทับใจจึงน่าจะเป็นตอนที่เรียกเก็บเงินแล้วบิลมาถึงโต๊ะ เธอดูบิลแล้วชะงักไปแพ้บ ..เอาแบงค์ที่เตรียมหยิบมาถือแบบประมาณๆไว้เก็บเข้ากระเป๋าตังค์ไปครึ่งนึง แล้วก็บอกว่าวันหลังอยากจะแวะมากินอีกจังเลย...555.. (ลุงอย่าเพิ่งขึ้นราคาน้า..) ● ซี่โครงแกะ (ราคาตามน้ำหนัก 1,400 บาท / 1 กิโลกรัม) – สั่งซี่โครงแกะมาแบบกะกินเต็มคราบชิ้นโตๆ 4 ชิ้น ที่นี่ย่างมากำลังดี ไม่มีกลิ่นสาบเลยแม้แต่นิดเดียว (เรื่องกลิ่นสาบแกะนี่โรงแรมหรูๆแพงๆหลายที่ยังตกม้าตายมาแล้ว) ส่วนเรื่องความนุ่มฟินเวอร์ของเนื้อแกะนั้น แม้จะจัดว่าเหนือกว่าร้านทั่วไปแต่ยังไม่ถึงขั้นสุด ที่ฟินจัดคือราคา แกะชิ้นโตขนาดนี้ แถมได้มาตั้ง 4 ชิ้น อิ่มแทบคลาน ราคาแค่ 651 บาทเท่านั้น ...ถ้าเป็นที่อื่นราคานี้ดีไม่ดีได้แค่ 1-2 ชิ้นเองน่ะค่ะ โดยรวมแล้วพอสรุปได้ว่าความดีงามของเนื้อลุงอาโนนั้นไม่ใช่ว่ามันคือสเต็กที่อร่อยที่สุดในโลกหล้า แต่เป็นเพราะเมื่อเทียบรสชาติ + คุณภาพของเนื้อที่ใช้กับราคาแล้ว เราได้สเต็กที่อร่อยและใช้เนื้อคุณภาพดีกว่าร้านส่วนใหญ่ทั่วไปในราคาที่สุดคุ้มนั่นเองค่ะ ***-เวลาเปิด-ปิดร้าน-*** ร้านขายเนื้อ (Butcher Shop) : เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ 12.00น.-22.00น. ร้านอาหาร (Restaurant) : วันอังคาร-พฤหัสบดี เปิด 17.00น.-23.00น. ศุกร์-อาทิตย์ เปิด 11.30น.-23.00น. Last Order 22.00น. วันจันทร์ร้านปิดค่ะ เนื่องจากร้านนี้ลูกค้าเยอะ ถ้าคิดจะไปทานก็ควรจองไปก่อนจะได้ไม่ผิดหวัง วิธีจองคือเข้าไป Add Line ของร้านจาก QR code ใน Facebook ก่อน แล้วจองทาง Line เท่าที่ลองดูก็จองได้เรียบร้อยดีนะคะ ...ใครอยากทานเนื้อคุณภาพดี ราคาเอื้อมถึง ก็แวะมาจัดได้ค่ะ แม้จะเป็นคนไม่ทานเนื้อวัวอย่างเรา แต่แค่ได้ลองเนื้อแกะของลุงก็ฟินได้เหมือนกันนะเอ้อ!... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
62 Likes0 Comment
LikeShare
photo