[870++] - ปลากะพงเจี๋ยนน้ำมะขาม
ร้านอร่อยสำหรับดินเนอร์กับคนพิเศษ ราคาก็เลยแพงเป็นพิเศษเช่นกัน
[ความประทับใจ / บรรยากาศ / บริการ] จริงๆ แล้ว Praya Palazzo เป็นโรงแรมบูทิคริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีประวัติมายาวนานมากครับ ตั้งแต่ พ.ศ. 2466 ออกแบบเป็นสไตล์ Italian Mansion โดยศิลปินชาวอิตาเลียนที่เข้ามาถวายงานให้รัชกาลที่ 5 เป็นแบบโคโลเนียลยุโรปๆ (Paladio) ซึ่งผมเห็นแล้วก็ชอบเลย แต่เดิมใช้เป็นบ้านของพระยาชลภูมิพานิชและครอบครัว ข้าราชการที่ดูแลเรื่องการค้าขายกับจีน และได้สร้างที่แห่งนี้เป็นเรือนหอเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งต่อมาเรียกว่า “บ้านบางยี่ขัน” จนต่อมาครอบครัวได้ย้ายบ้านไปอยู่แถวสุขุมวิทหลังจากการสัญจรทางน้ำไม่เป็นที่นิยมอีกต่อไป ที่แห่งนี้ก็ได้กลายมาเป็นโรงเรียนอยู่ราวๆ 50 ปี สุดท้ายก็ถูกทิ้งร้างไปและได้รับการฟื้นฟูซ่อมแซมโดยผศ. วิชัย พิทักษ์วรรัตน์ (อ. แดง ซึ่งตอนนี้ท่านเสียชีวิตไปแล้ว) ที่มีความเชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมและความพยายามอย่างมากจนมาเสร็จในปี 2552 และกลายมาเป็นโรงแรมที่น่าพักมากๆ เลยครับ ปล. ราคาห้องมี 4,000+ ต่อคืน แต่วันนี้ผมขอพามาทานอาหารมื้อพิเศษดีกว่า กระเป๋าตังไม่ฉีกครับ (แต่แค่เป็นรู ฮ่าๆ) ห้องอาหารก็ตกแต่งดีครับ ผนังสีแดง แต่กลมกลืนไปกับเฟอร์นิเจอร์คลาสสิค ดูแล้วมีมนต์ขลังมากๆ พอสั่งอาหารแล้วผมก็ไม่รอช้า เดินดูสถานที่ไปรอบๆ ทันที ด้านนอกก็มีสวนน่านั่ง โรแมนติคดีมากๆ ส่วนพนักงานก็บริการดีทุกอย่างครับ วันนั้นผมนั่งอยู่โต๊ะเดียว มันก็เลยเงียบมาก พูดกันเบาๆ แต่พนักงานเสิร์ฟน่าจะได้ยินหมดล่ะฮะ รู้สึกเหมือนถูกจับจ้องเล็กน้อย สรุปว่า โดยรวมดีมากตามมาตรฐานโรงแรมดีๆ เลยครับ [ราคา / ความคุ้มค่า] ถ้าอยากเป็นสายเปย์ต้องทำใจนะครับ กับข้าว 3 อย่าง คนละ 1,030 บาท ต้องมี (รวม Service Charge และ VAT แล้ว) ยอมรับว่าร้านบรรยากาศดีจริงๆ ยิ่งถ้าเป็นคนที่ชอบบรรยากาศแบบริมน้ำ ตกแต่งอย่างคลาสสิค น่าจะเป็นมื้อที่น่าจดจำและฟีลกู๊ดไม่น้อยเลยครับ ที่เราไม่เคยได้ยินเสียงบ่นก็เพราะทำอาหารออกมาได้อร่อยด้วย แน่นอนครับ คงไม่ใช่ร้านที่คุ้มค่าเงินที่จะมาทานกับเพื่อนทั่วไป แต่ถ้าครอบครัวก็พอได้อยู่ และแน่นอนครับคนพิเศษกับโอกาสพิเศษ เหมาะเลย [ที่ตั้งร้าน] ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำกับท่าเรือพระอาทิตย์ ย่านพระนครครับ เหมือนจะหาไม่ยากใช่มั้ยครับ แต่ไปยากพอสมควรเลย เพราะต้องนั่งเรือของโรงแรมเท่านั้น แนะนำให้ตอนโทรไปจองโต๊ะกับร้านอาหารให้ทางโรงแรมจัดเรือมารับ แล้วตกลงนัดแนะเวลากันไป ขึ้นเรือได้ที่วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร ซอยสามเสน 9 ครับ ถ้ามาจากแบงค์ชาติ จะเจอซอยวัดที่มีป้ายชัดเจนและมี 7-11 หน้าปากซอย ก่อนถึงโรงเรียนเซนต์คาเบรียลครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าคิดว่าไปยากเลยครับ คิดซะว่าได้นั่งเรือชมแม่น้ำเจ้าพระยาฟรี ยามค่ำคืน ไฟสวยๆ ลมพัดเย็นๆ คุ้มไม่คุ้มถามใจท่านดูฮะ [เมนูที่สั่ง] - แสร้งว่ากุ้ง ปลาดุกฟู [350++] ประเดิมกันด้วยจานนี้ครับ อร่อยมากๆ จะเป็นปลาดุกฟูที่ทอดมาจนกรอบ สะเด็ดน้ำมันจนแห้งสนิท และคงความกรอบเอาไว้จนจบมื้อ ทานกับผักเครื่องเคียงสดกรอบ และพระเอกของจานนี้ ไม่ใช่ใครอื่น เป็นน้ำยำคล้ายลุยสวนนั่นเองครับ รสชาติเปรี้ยวจี๊ดจ๊าด ออกหวานกำลังดี ทานแล้วรู้สึกสดชื่นไปกับสมุนไพรไทย ไม่ว่าจะเป็นตะไคร้หั่นฝอย หอมแดง พริกไทย พริกสด เป็นหนึ่งในร้านที่ทำน้ำราดออกมาได้อร่อยที่สุดร้านหนึ่งเลย - แกงรัญจวนหมู [350++] แกงนี้ชื่อแปลกดี เป็นอาหารไทยต้นตำรับที่ไม่ได้หาทานง่ายๆ เลยสั่งมาทานครับ น้ำแกงจะใส่กะปิลงไปพร้อมกับเครื่องแกงที่รสชาติเผ็ดร้อนแล้วก็ใบโหระพา ตอนแรกก็กลัวจะทานไม่ได้ แต่ปรากฏว่าตักเอาๆ อร่อยดีครับ เนื้อหมูที่ใช้ก็ชิ้นขนาดกำลังพอดีคำ นุ่มอร่อยทีเดียว ชอบครับ - ปลากะพงเจี๋ยนน้ำมะขาม [870++] ปิดท้ายด้วยของหนัก จะเป็นเนื้อปลากะพงทอดแยกเป็นชิ้น ทอดดีครับ ไม่อมน้ำมัน เนื้อปลานี่นุ่มฟู อร่อยมาก แถมไม่มีก้างให้ต้องคอยกังวลใจเลย ด้านบนโรยขิง พริก ต้นหอม เห็ดหูหนู ซึ่งนำมาหั่นเป็นฝอยๆ ราดน้ำมะขามที่ทำออกมาได้อย่างเข้มข้น ทั้งกลิ่น ทั้งรสชาติ มีความเป็นมะขามอยู่เต็มเปี่ยม ไม่หลอกลวงกันแม้แต่น้อย รสออกเปรี้ยวๆ หวานๆ ตามสไตล์ ตัดเลี่ยนปลากะพงทอดได้ดีระดับหนึ่ง แต่เสียดายนิดเดียวตรงที่ราคาแพงไปครับ... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
24 Likes0 Comment
LikeShare
photo