Wagyu Lava Don
ถึงเวลาของชาวราชพฤกษ์! "Shichi" อาหารญี่ปุ่นที่กระตุกต่อมสัมผัสให้ลุกฮือ
วันนี้น้องหลุมดำของเอาใจเพื่อนที่อยู่แถวราชพฤกษ์สักหน่อยค่ะ ใครที่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นจัดเต็มคุณภาพแบบเต็มพิกัด ส่งตรงมาจากตลาดปลาญี่ปุ่น ไม่ต้องขับรถไปไกลถึงทองหล่ออีกแล้ว!!! เราเจอขุมทรัพย์เข้าอย่างจังในโครงการปลาอยู่เย็น ร้านนั้นก็คือ “Shichi Japanese Restaurant” บรรยากาศร้าน Shichi Japanese Restaurantการตกแต่งโดยรวมดูทันสมัยด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเข้มและอ่อนสลับกัน และคงความญี่ปุ่นด้วยสีไม้อ่อนๆ ของไม้โอ๊ค ให้ฟิลเหมือนอยู่ญี่ปุ่นจริงๆ “Shichi Japanese Restaurant” เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดใหม่ วันนี้ได้เจอคุณน็อต หนึ่งในหุ้นส่วนของร้าน เราเลยได้มีโอกาสคุยเพลินๆ เลยค่ะ “ทางร้านนั้นให้ความสำคัญทั้งครัวร้อนและครัวเย็น ไม่มีอะไรด้อยไปกว่ากัน โดยเฉพาะซูชิที่ใครหลายๆ คนชื่นชอบ เราจะไม่เน้นปริมาณ แต่อยู่ที่การปรุงซูชิของเชฟที่พัฒนาน้ำซอสให้เข้ากับซูชิทุกคำครับ” แค่ฟังก็หิวแล้ว วันนี้ยกพวกมาหลายคนด้วย จัดเต็มไม่อั้นค่ะ! เริ่มด้วย “Ko Ebi Karage” (220.-) กุ้งที่ทอดด้วยแป้งที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี ซึ่งจะทำให้หอม กรอบทั้งตัว ที่สำคัญ ทิ้งไปสักพักมันก็ยังกรอบอยู่ นอกจากแป้งที่เป็นจุดเด่นแล้ว อีกอย่างก็คือ ซอสเมนไทโกะ รสเข้มที่มีรสเผ็ดติดลิ้นนิดๆ ทางร้านนั้นใส่ใจเป็นพิเศษ เป็นสูตรลับที่เชฟพัฒนาสูตรมานานเพื่อให้เข้ากับกุ้งคาราเกะได้ดีที่สุด เวลาทานจะบีบเลมอนเพิ่มรสชาติ แล้วทาน หรือจะทานกับซอสก็เลิศค่ะ ตามมาติดๆ ด้วย “Shichi Roll” (370.-) จานนี้เป็นแซลมอนโรลล์ที่เราทั้งโต๊ะเป็นปลื้มอย่างมาก จุดเด่นอยู่ที่ซอสเมนไทโกะและซอสหวาน ที่ใช้เวลาเคี่ยวถึงสองวันถึงจะได้รสชาติที่เข้ากับแซลมอนเบิร์น ด้านในมีข้าวซูชิ ท็อปด้วยไข่คาเวียร์และแผ่นทองคำ เพิ่มเทกซ์เจอร์ด้วยแป้งเทมปุระกรอบๆ หวาน มัน เค็ม ครบรส! เสิร์ฟในจานเลขเจ็ดซิกเนเจอร์ของร้านค่ะ ความฟินจากจานเมื่อกี้ยังไม่ทันหาย ก็ต้องมาตกหลุมรักกับ “Salmon Box” (480.-) แค่พรีเซนเทชั่นก็กินขาดถล่มทลายแล้วค่ะ หยิบกล้องมารัวชัตเตอร์แบบ non-stop เมนูนี้เป็นแซลมอนนำเข้าจากนอร์เวย์สับเป็นชิ้นเล็กคลุกกับน้ำมันไวท์ทรัฟเฟิล โรยด้วยไข่ปลาแซลมอนที่ดองด้วยโชยุ, ไข่ปลาคาเวียร์, ทองคำ และเกลือหิมาลายัน เพิ่มเทกซ์เจอร์ด้วยข้าวพองญี่ปุ่น ทานคู่กับผักทอดที่เสิร์ฟมาคู่กัน รสชาติมันๆ กลมกล่อม มีกลิ่นหอมกระตุ้นต่อมน้ำลายอย่างที่สุด จะทานเปล่าๆ และหรือทานคู่กับโชยุก็ได้ แต่แนะนำให้ทานแบบที่เชฟเสิร์ฟเลยค่ะ เราจะได้รสชาติธรรมชาติอย่างแท้จริง รู้ซึ้งถึงความสดและรสชาติที่ปรุงมาอย่างพิถีพิถันจริงๆ ตามด้วยสุกี้ซิกเนเจอร์ “Shichi Suki” (450.-) เป็นสุกี้สไตล์คันไซที่มีความเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ เมนูนี้มีความพิเศษที่ “น้ำซุป” ที่เชฟคิดเองค่ะ รสชาติและกลิ่นจะไม่เหมือนที่อื่นๆ ความพีคคือใช้เนื้อวากิวเอห้า! เนื้อนุ่มละมุนมากกก ยิ่งทานคู่กับน้ำซอสเข้มข้นและไข่แดงเยิ้มๆ อือหือออ เหมือนจะละลายหายไปตรงนี้! ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ จัดต่อยาวๆ กับ “Nippon Tenno” (980.-) โอโทโร่มาห่อข้าว ท็อปด้วยไข่หอยเม่นสีสวย, โทบิโกะกรุบๆ และข้าวผองญี่ปุ่น ส่วนซอสที่ขีดด้านล่างเป็นสไปซี่มายองเนส และซอสหวาน ตกแต่งด้วยทองคำเปลวเพิ่มความสวยงาม จนต้องอ้าปากว้าว ก่อนชิมคำเดียวหมด รสชาติทำเอาน็อคได้ คุณภาพมันเหนือระดับจริงๆ ค่ะ สำหรับข้าวที่ใช้ก็ซื้อมาจากญี่ปุ่น สายพันธุ์โคชิฮิการิ เพราะข้าวมันจะเรียงเม็ด สุกเท่ากันทุกเม็ด เวลาจะปั้นจะสวยและรสชาติดีค่ะ จากคำเมื่อกี้ต่อด้วยคำนี้ “Lucky Seven” (380.-) เป็นซิกเนเจอร์ที่แนะนำให้เพื่อนๆ สั่งค่ะ ถ้ามาเยือน “Shichi Japanese Restaurant” เชฟเอาเอนกาวะมาห่อเป็นโรลล์ ท็อปด้วยโทโร่สับ, ไข่นกกะทา และ ข้าวผองญี่ปุ่น ทานคู่กับซอสหวานและซอสสไปซี่ เอนกาวะมันละมุนม้ากกก ระหว่างที่ฟินตาหยีพูดไม่ออก คุณน็อตก็บอกว่า “ความอร่อยอยู่ที่คุณภาพ ไม่ใช่ปริมาณครับ” ขอคอนเฟิร์มว่าจริงค่ะ ใครอยากทานเนื้อ แนะนำเป็น “Wagyu Lava Don” (650.-) ทางร้านใช้เนื้อวากิวออสเตรเลียหมักด้วยซอสสไปซี่มิโซะที่ใช้สำหรับย่างเนื้อโดยเฉพาะ ใช้เวลาประมาณสิบนาที เพื่อย่างไม่ให้สุกมาก ระดับ Medium rare สไลซ์วางหน้าข้าว ตามด้วยไข่ออนเซ็น เสิร์ฟมาคู่กับซอสรสเข้มเพื่อรสชาติหนักแน่นขึ้น มาถึงร้านอาหารญี่ปุ่น ก็ต้องไม่พลาดซาชิมิ จัดไปกับ “ปลาดิบรวม 7 อย่าง” (2,500.-) ประกอบด้วยแซลมอน, โอโทโร่, มาได, ฮามาจิ, อากามิ, โฮตาเตะ, อามาอิบิ (กุ้งหวานตัวเล็ก) ทุกอย่างนำเข้าจากตลาดซึคิจิและโอซาก้า ซึ่งจะซื้อกันตอนตีสามเช้ามืดเลย ราคาจะสูง แต่เรื่องคุณภาพเป็นสิ่งที่เชฟให้ความสำคัญมากกว่าราคาค่ะ ในขณะที่ทานเชฟก็เล่าให้ฟังว่า “ไซส์ของปลาดิบที่เสิร์ฟจะพอดีคำ เป็นรสชาติที่ดีที่สุด ซูชิพรีเมียมจะไม่มีคำใหญ่ คำใหญ่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอยากกิน ต้องพอดีคำถึงจะดี” “The Emperor don” (1,250.-) เป็นข้าวหน้าปลาดิบที่อลังมากๆ ประกอบด้วยโทโร่สับคลุกด้วยหอมสไลซ์, ไข่หอยเม่น, ไข่ปลาแซลมอน และ ไข่นกกระทา เมนูนี้ได้รสชาติที่กลมกล่อมอย่างพอดี ทั้งความสดอย่างเป็นเอกลักษณ์ของไข่หอยเม่น โทโร่ที่ให้ความมันเต็มที่ และความเข้มข้นของไข่ปลาแซลมอน ฟินค่ะ ฟิน~ แต่ถ้าใครชอบเมนูเส้น เมนูนี้ดีค่ะ “Buta Innaniwa” (350.-) พิเศษที่เส้นอินานิวะ เป็นอุด้งเส้นเล็ก มันลื่นคล่องคอมาก ทั้งๆ ที่ดูเหมือนจะเหนียวหนึบแบบอุด้ง แต่นี่ไม่ใช่ค่ะ ส่วนน้ำซุปก็หอมกลมกล่อมแบบมีเอกลักษณ์ มาจากความหอมของกระดูกปลาที่เคี่ยวเป็นวัน และสาหร่ายคอมบุที่แช่ไว้หนึ่งคืน เอาวัตถุดิบสองอย่างนี้มาทำน้ำซุปต่อถึงสองชั่วโมง แค่ฟังเชฟก็เหนื่อยแทน แต่ได้รสชาติแบบนี้ก็คุ้มค่าสุดๆ เป็นรสอุมามิจริงๆ ปิดท้ายด้วย “Kakigori Melon” (280.-) คากิโกริเมลอนที่ใช้เมลอนญี่ปุ่นพันธุ์มัตสึเมลอนที่ให้ความหวานนำ ส่วนตัวน้ำแข็งคากิโกริก็ได้รสนมเข้มข้น ทานคู่กับคอนเฟลกและไอศกรีมวานิลลา เย็นๆ สดชื่นแบบนี้ ฟินมากๆ ส่วนใครที่ต้องจัดงานเลี้ยงส่วนตัว ชั้นสองสามารถรองรับได้ถึง 20 ท่าน อาหารสดพร้อมเสิร์ฟ เหมือนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ตามปกติเลยค่ะ โทรมาจองได้ที่ 02-4087777 เป็นอีกร้านอาหารญี่ปุ่นที่ใครอยากฟินแบบคุณภาพจริงๆ ไม่ควรพลาด คุ้มค่าที่จะจ่ายจริงๆ ค่ะ ร้าน Shichi Japanese Restaurant ตั้งอยู่ที่ Yooyen Garden Ratchapruek บริเวณเดียวกับร้านอาหารปลาอยู่เย็น ติดกับThe Bloc ราชพฤกษ์ ตรงข้าม The Circle ค่ะ... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
7 Likes0 Comment
LikeShare
photo