ข้าวเหนียวมะม่วง
Dinner Buffet นานาชาติที่ไลน์อาหารหลากหลายท้าทายคนสายแข็งสุดๆ
Goji Kitchen & Bar - ห้องอาหารขนาดใหญ่ที่ชั้น Lobby ของโรงแรม Marriott Marquis Bangkok Queen’s Park แห่งนี้นั้นขึ้นชื่อเรื่องไลน์บุฟเฟต์อาหารนานาชาติที่หลากหลายละลานตาสมกับขนาดสถานที่ ครั้งนี้เราเลยขอมาลองบุฟเฟต์มื้อเย็นวันเสาร์ที่นี่ดูซักที (18.00-22.00 น.) ราคาอยู่ที่คนละ 2,128++ บาท รวมเครื่องดื่มคือน้ำเปล่า/ชา/กาแฟ ที่สั่งได้ไม่อั้น เราจัดไปตามนี้เลย... ****-ไลน์อาหาร-**** [Oysters on Ice] อลังการงานหอยสุดๆกับมุม Oyster ที่มีหลากหลายชนิดซะจนต้องจัดแยกออกมาจาก Seafood on ice อื่นๆ เรียงรายมาให้เลือกทั้ง Fine de Claire, Ireland Oysters, Zeeuwse Oysters, Pacific Oyster และหอยนางรมจากชลบุรีบ้านเรา เพียบพร้อมด้วยเครื่องเคียงเครื่องจิ้มทั้งแบบไทยแบบฝรั่ง ดีกรีความสดคือขั้นสุด ถูกใจสายหอยชนิดที่ต้องตักกันรัวๆเลยทีเดียว จัดเป็นหนึ่งในไฮไลท์ของบุฟเฟต์นี้ค่ะ [Seafood on Ice] ซีฟู้ดอื่นๆอันได้แก่ หอยหวาน ปูม้า กั้ง กุ้งนึ่ง ปูอลาสก้า หอยเชลล์ และ Dutch Mussels นั้นจัดเป็นมุมเล็กๆไว้ต่างหากใกล้ๆกับไลน์ซูชิ คุณภาพพอใช้ได้แต่ยังไม่โดดเด่นเท่าหอยนางรมนะคะ [Sushi & Sashimi] ซูชิที่นี่มีทั้ง Nigiri Sushi (Salmon/Ika/Tuna/กุ้ง) และ Roll Sushi หน้าตาดูดีน่าทานไม่น้อย แต่เราขอเน้นจัดแต่ซาชิมิเพื่อความคุ้มค่ะ มีทั้ง Scallop, Salmon และ Hamachi ชิมแล้วยกให้ปลาฮามาจิเด็ดสุด ปลาสด เนื้อดี อร่อยมากๆ [กุ้งแม่น้ำย่าง] เป็นมุมที่ย่างกันร้อนๆให้ได้ทานเดี๋ยวนั้น คิวก็เลยยาวนิดนึง กุ้งแม่น้ำตัวไม่โตมาก ความสดกลางๆ น้ำจิ้มแซ่บพอใช้ ทานได้พอเพลินๆแต่ไม่ถึงกับว้าวนะ [Foie Gras] Foie Gras ชิ้นหนา จี่กันร้อนๆเมื่อสั่ง เสิร์ฟพร้อมขนมปังโทสต์มาอุ่นๆทาเนย Foie Gras ที่ใช้นั้นรสชาติดี ไม่มีกลิ่นสาบเลย กรอบนอกนุ่มในแบบที่ชอบ มีติดเอ็นบ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังดีงาม ทานแกล้ม Baby Rocket ราด Balsamic แนมด้วยผลไม้เชื่อมคือลงตัว เป็นอีกมุมที่ควรต้องจัดจริงๆ [Parrilla Grill] หนึ่งใน Signature ของที่นี่ก็คือเนื้อย่างถ่านบน Parrilla Grill สไตล์ละตินอเมริกา มีทั้งเนื้อวัวและเนื้อแกะ ซอสราดมีให้เลือก 3 แบบ คือ Lamb Jus, Pepper Sauce และ Mushroom Sauce เราเลือกเป็น Lamb Chop ราด Lamb Jus ชิมแล้วเนื้อแกะค่อนข้าง Overcooked และเหนียวหน่อยๆ แต่รสดีไม่มีกลิ่นสาบ ยิ่ง Lamb Jus นี่รสละมุนเข้ากั๊นเข้ากันดีทีเดียว [อาหารฝรั่ง] มี Pasta Station ที่สั่งกันได้จานต่อจาน มุมสลัด เครื่องเคียงประเภทมันบด ฟักทองย่าง มันทอด ซุปมันฝรั่ง และเมนูที่ทำสำเร็จเรียบร้อยไว้พร้อมตัก เราเลือกลอง Braised Lamb Shank ขอบอกเลยว่ามันเด็ดมากกก... เนื้อแกะนี่ตุ๋นมานุ่มละมุนลิ้นสุดๆ รสชาติกลมกล่อมเข้มข้นกำลังดี เทียบกันแล้วอร่อยกว่า Lamb Chop จาก Parrilla Grill แบบชัดเจน ถ้าไปแล้วเจอหม้อนี้คือห้ามพลาดเลยล่ะ [Cheese] อาจไม่ได้ถึงขนาดมี Cheese Room แบบบางที่ แต่ก็มีชีสให้ลองหลายชนิด ทั้งชีสที่เป็นที่รู้จักกันดีอย่าง Brie de Meaux และ Blue Cheese Fourme d’Ambert และชีสจากท้องถิ่นต่างๆอย่าง Appenzeller, Comte, Tomme de Savoie..ฯลฯ ที่ชอบคือแต่ละชนิดมีป้ายแนะนำไว้ด้วยว่าควรทานแกล้มกับอะไร จัดเครื่องเคียงไว้ให้ครบทั้งถั่วชนิดต่างๆและผลไม้แห้ง ชิมกันแบบเมามันลืมอ้วนไปเลย [อาหารไทย] ยกขบวนมาทั้งกับข้าวต่างๆ หมูกรอบ ไก่ทอด ส้มตำ ยำ ข้าวยำปักษ์ใต้ ขนมจีน และต้มยำใส่กุ้งและเนื้อปลาที่ทำกันร้อนๆ รสชาติต้มยำจัดจ้านกลางๆแบบทานได้ทั้งคนไทยและต่างชาติ ขนมจีนน้ำยาปูรสเข้มข้นใช้ได้ ส่วนข้าวยำปักษ์ใต้ก็ทานตัดเลี่ยนได้เพลินๆค่ะ [อาหารจีน] มีมุมติ่มซำที่นึ่งร้อนๆ และอาหารจีนที่เน้นวัตถุดิบอาหารทะเล ที่เราชอบคือปูม้าอบเหล้าจีนและกุ้งอบเกลือ รสอ่อนๆแต่กลมกล่อม โชว์รสกุ้งและปูสดหวาน ทานเปล่าๆกำลังดีเลย [อาหารอินเดีย] เป็นมุมที่ไม่ได้ลองเพราะอิ่มเสียก่อน แต่ก็มีให้เลือกหลายอย่างทีเดียว ใครชอบแนวนี้ก็น่าจัดค่ะ [ผลไม้] มีประมาณสับปะรด แตงโม ส้มโอ แก้วมังกร มะม่วง ส้ม ลำไย ที่ไฮโซหน่อยก็เป็นองุ่น คัดมาดีหวานเชี้ยบทุกอย่างค่ะ [ของหวาน] มีให้เลือกมากมายละลานตา ตั้งแต่น้ำแข็งไส เต้าฮวยน้ำขิง ไอศกรีมหลากรส ขนมไทยโบราณ และเค้กสารพัดแบบอีกตู้ใหญ่ๆ เลือกลองประมาณนี้ค่ะ • Mandarin Flan - คล้าย Lemon Meringue แต่เปลี่ยนใช้กลิ่นส้ม Mandarin เลยหวานจัดไปสำหรับเรานะ • Berry Mousse - มูสนุ่มๆหอมกลิ่นเบอร์รี่ชัด รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน ได้สตรอเบอร์รี่และบลูเบอร์รี่สดใส่มาด้วยก็สดชื่นขึ้นอีก ทานกับมาการองที่โรยหน้ามาก็เข้ากันดี ตัวนี้ชอบล่ะ • Green Tea Nama Chocolate - อาจจะไม่นุ่มเนียนเท่า ROYCE แต่รสชาเขียวก็จัดเต็มจริงๆ ผงชาเขียวนี่คลุกมาเน้นๆ ดีใช้ได้เลย • Sakoo Crème – เนื้อเป็นพุดดิ้งมะม่วงที่ใส่เม็ดสาคูหนุบๆแทรกไว้ ชิมแล้วชอบมากๆ เสียอย่างเดียวว่าท็อปมาด้วยเยลลี่มะม่วงหวานเชี้ยบ ถ้าใช้มะม่วงสดหรือผลไม้สดอื่นๆจะฟินกว่านี้นะ • Thai Tea Mousse - มูสนุ่มๆ หอมกลิ่นชาไทยชัด ดีใช้ได้อีกเช่นกัน ขนมอื่นๆที่ได้ลองอย่าง Chocolate Cake, Red Velvet, Chocolate Profiterole นั้นเราว่ากลางๆพอทานได้ ไม่ถึงกับโดดเด่น แต่ก็ทานแกล้มกาแฟร้อนได้เพลิดเพลินดีทีเดียว [Taste of Korea] เป็นไลน์พิเศษของเทศกาลอาหารเกาหลีเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาซึ่งทางห้องอาหารได้เชิญ Executive Chef มาจากโรงแรม Marriott Hotel ที่กรุงโซลมาเองเลย ฝีมือปิ้งย่าง Korean Grill คือเด็ดมากๆ หมูนี่นุ่มเว่อร์แบบเลาะทานได้ง่ายๆ หมักเครื่องเทศเกาหลีอร่อยมีรสมีชาติ กิมจิมีให้เลือกหลายชนิดมาก รสออกไปทางเค็มมากกว่าเปรี้ยว ส่วนซุปมันหวานคือหอมกลิ่นมันหวานละมุนจริงๆ ข้าวยำเกาหลีก็อร่อย ในภาพรวมคือทำได้น่าประทับใจ (ตอนไปเที่ยวเกาหลียังไม่ได้กินอร่อยเท่านี้เล้ย) น่าเสียดายว่าตอนนี้เทศกาลอาหารเกาหลีได้จบลงแล้ว ถ้าในอนาคตมีจัดอีกแนะนำว่าต้องลองค่ะ ****-The Verdict-**** โดยรวมแล้วจุดแข็งของที่นี่คืออาหารหลากหลายมากๆ ไลน์อาหารกว้างใหญ่แบบเดินเลือกชิมกันจนเหนื่อย ทานจนอิ่มแปล้ก็ยังชิมไม่ทั่วถึงทุกอย่างเลย คุณภาพอาหารส่วนใหญ่ค่อนข้างดี แต่เทียบกับราคาเต็มแล้วก็แอบคิดหนัก เพราะไม่มีตัวที่จะจัดให้คุ้มกับราคาสองพันอัพได้ง่ายๆ เหมาะกับคนสายแข็งที่อยากลองอาหารหลายๆแบบนั่นล่ะค่ะ... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
58 Likes0 Comment
LikeShare
photo