ร้านอาหารฝรั่งเศสตำรับดั้งเดิม
วันนี้พาไปกินอาหารฝรั่งเศสกันบ้างนะคะ อิอิ โดยร้านที่ไปลองกินคราวนี้คือร้าน Parisien Cafe ซึ่งอยู่ที่ Glasshouse ด้านหน้าอาคารสินธรทาวเวอร์ ถนนวิทยุนั่นเองค่ะ เอาภาพโดยรวมมาให้ดูกันก่อนเช่นเคยนะฮับ พิกัดค่า เป็นพิกัดของอาคารสินธรทาวเวอร์นะคะ Image result for สินธรทาวเวอร์ map สำหรับร้านนี้ก็อยู่ที่หน้าอาคารสินธรติดกับถนนวิทยุเลยค่ะ เอารถไปจอดที่อาคารจอดรถด้านหลังได้ แล้วนำบัตรมาให้ทางร้านสแกนนะคะ จะไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ ตัวร้านจะอยู่ระหว่างร้าน Milano (อาหารอิตาเลียน) และร้านสตาร์บั๊คส์ตามภาพเลยนะคะ ลักษณะร้านเป็นเรือนกระจกใสๆ นะคะ สำหรับเวลาการเปิดร้านจะมีด้วยกันสองช่วงค่ะ คือ 11.30-14.00 และ 18.00-22.00 น.ค่ะ ร้านจะเป็นในห้องแอร์ทั้งหมดค่ะ มีที่นั่งทั้งด้านล่างและด้านบนนะคะ ชั้นบนมีเป็นเชฟเทเบิ้ลด้วยค่ะ ซึ่งหากใครสนใจอยากเห็นการปรุงอาหารของเชฟก็สามารถจองมาได้นะคะ รับได้ราว 6-18 ท่านค่ะซึ่งจะมีเป็นเซ็ตอาหารราคาเริ่มต้นที่ 3500 บาท (ไม่รวมเครื่องดื่ม) และเชฟจะเป็นคนจัดการเรื่องเมนูให้ว่าจะทำอะไรให้รับประทานบ้างนะคะ ซึ่งเชฟใหญ่ของร้านนี้คือเชฟแอร์เว่ แฟร์ราร์ดซึ่งถ้าใครเคยกินร้านอาหารฝรั่งเศสร้านดังร้านหนึ่ง ก็น่าจะคุ้นชื่อเชฟท่านนี้ดีนะคะ menu ของทางร้านฮับ ที่นี่จะเน้นอาหารฝรั่งเศสแท้ๆ สไตล์ Brasserie นะคะ เป็นรสชาติอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิม แบบแท้ๆ เลยหละค่ะ เดี๋ยวมาดูกันว่าวันนั้นได้ลองกินอะไรกันไปบ้างนะคะ สำหรับไวน์ที่นี่มีหลายตัวนะคะ วันนั้นที่เราได้ลองจะเป็นไวน์ขาว ส่วนอีกท่านจะเป็นไวน์แดงค่ะ แบรนด์นี้นะคะ menu แรกค่ะ Scallop Quenelle, Mushroom Duxelle, Nantua Sauce ราคา 990++ เป็นเมนูจากเมืองลียงที่ถูกกล่าวอ้างโดย Louis Legroz ว่าเป็นคนคิดค้นเมนูนี้มาเมื่อปี 1907 นะคะ ส่วนวิธีการทำเอามาจากข้อมูลจากทางพีอาร์ค่ะ (ตามตัวเอนด้านล่างเลยนะคะ) หอยเชลล์ลดผสมกับเครื่องปรุง ตักเป็นก้อนลงต้มในซุปผัก เคียงคู่กับเห็ดสับผัดกับหอมแดงปรุงรส ราดด้วย Nantua Sauce ที่ทำจาก Clayfish Butter เป็นจานโปรดของผู้ดีเชื้อสายฝรั่งเศสค่ะ ตัวเทกซเจอร์ของหอยหยุ่นแต่แน่น เหมือนฟองน้ำที่แน่นๆ อะค่ะ แต่พอใช้ลิ้นชำแรกเข้าไปก็แตกได้ง่าย ตัวซอสมีเห็ดสับอยู่ด้วยนะคะ เพิ่มเทกซเจอร์และกลิ่นได้ดีค่ะ รสชาติมีความเผ็ดแฝงอยู่นิดๆ โดยรวมเป็นจานที่มีความหลากหลายและแปลกไปจากจานอื่นๆ ที่เคยๆ กินมานะคะ ขนมปังและเนยค่ะ ตัวบาร์แกตต์ที่นี่ดีงามอยู่นะคะ เปลือกไม่แข็งเกินไปมากอย่างบางเจ้า ข้างในเหนียวนุ่มตามควร และเนยอร่อยค่ะ ต่อไปค่ะ "Coq au Vin", Gratin Dauphinois 950++ บาทค่ะ เช่นเคยค่ะ คำบรรยายจากทางร้านนะคะ อาหารที่นิยมกันมาแต่โบราณ ไล่เรียงไปได้ถึงยุค Gaul และ Julius Ceasar เครื่องปรุงหลักๆ คือ ไก่ฟ้า เบคอนอย่างดี เห็ดแชมปิญอง หอมหัวใหญ่และกระเทียม หมักข้ามวันข้ามคืนกับไวน์แดงจากแคว้นเบอร์กันดี และนำไปตุ๋นจนนุ่มและน้ำเข้มข้น รับประทานคู่กับ Gratain Dauphinois มันฝรั่งอบกับชีสสไตล์ฝรั่งเศส ตัวนี้ไก่ทำมาได้เปื่อยนุ่มมากค่ะ รสค่อนข้างเข้มจัดเลย และมีรสเครื่องเทศบางอย่างที่ค่อนข้างเด่นขึ้นมาด้วยค่ะ Baked Crispy Duck Leg Confit, Salardaise Potato 990++ บาทค่ะ ขาเป็ดหรือขาห่านตุ๋นในน้ำมันอุณหภูมิต่ำ ให้ความชุ่มชื้นยังคงอยู่ในเนื้อนุ่มๆ ก่อนจะนำมาอบให้กรอบนอกนุ่มใน รับประทานคุ่กับ Saladaise Potato มันฝรั่งหั่นเป็นแว่นๆ แล้วอบกับไขมันเป็ดหอมๆ นุ่มๆ แม้ว่าจะบอกว่านำขาไปตุ๋น แต่หนังกลับกรอบมาก เซอร์ไพรซ์พอควรเลยค่ะ กรอบแบบที่เราชอบเลย แถมถ่ายรูปตั้งนานกว่าจะกิน ก็ยังไม่นิ่มจนเสียความกรอบ เป็ดทำมาได้ดีนะคะ แทบไม่มีกลิ่นแบบที่บางคนไม่ชอบเลยค่ะ เมนูต่อไปมีการแปลงไปจากปกติเล็กน้อยนะคะ เมนูนี้ปกติจะเป็น Plancha Wild Dover Sole, Buttered Potato&Baby Spinach Meuniere Sauce 1900++ บาท แต่วันนั้นทำแบบสตีมมาค่ะ มีอาติโชคบด ท็อปปิ้งด้วยคาร์เวีย ซอสแชมเปญเบอบลอง (แชมเปญผสมเนย) และมีสปิแนชมาด้วยนะคะ ตัวเนื้อปลานุ่มแน่นดีค่ะ มีรสและกลิ่นของพริกไทยแฝงมากหน่อยๆ และเจือด้วยความเค็มของคาร์เวียร์นิดๆ มันบดในนี้อร่อยมากกกกกก หอมนวล หวานอ่อนๆ (แทบอยากจะสั่งมากินเปล่าๆ) ซอสจะออกรสเปรี้ยวหน่อยๆ นะคะ แต่รสชาติโดยรวมจะค่อนข้างเบาที่สุดค่ะ ที่จริงถ้าเสิร์ฟเป็นเมนูแรกน่าจะดีกว่า พอกินจานอื่นแล้วมาเจอจานนี้ รสชาติเลยค่อนข้างเหมือนเบาไปนิดนะคะ จานคาวเมนูสุดท้ายค่ะ Braised Wagyu Beef Cheek, Celeriac Puree&Port Wine Reduction 850++ บาทค่ะ เนื้อนุ่มละลายมากกกกกกกกก ตั้งแต่หั่นมากินเลยค่ะ พอเอาเข้าปากแค่กดเพดานลงกับลิ้น เนื้อก็ละลายเลย โดยไม่ต้องเคี้ยวเลย เทกซเจอร์ชนะเลิศมากค่ะ ใครชอบเนื้อที่ทำมานุ่มเปื่อยละลายน่าจะฟินกับเมนูนี้นะคะ ของหวานกันบ้างนะคะ ปิดท้ายของมื้อนั้นด้วย Caramelized Millefeuille, Hazelnut Pastry&Vanilla Ice Cream 240++ บาทค่ะ ตัวนี้มีแต่ของที่เราชอบค่ะ 555 ทั้งฮาเซลนัท แยมสตรอเบอร์รี่และกีวี่ ตัวมิลเฟยทำมาได้ดีนะคะ เปลือกไม่เหนียวแข็ง กรอบร่วนกำลังดี ตัดง่าย ให้ไส้ฮาเซลนัทมาแบบเต็มๆ แถมได้ค้นพบว่า พอกินกี่วี่คู่กับแยมสตรอเบอรี่ของที่นี่ กลับกลายเป็นให้กลิ่นและรสชาติของไซเดอร์แหละ แปลกมากค่ะ อร่อยดีอ้ะ ก่อนจะไปที่สรุป ให้ดูภาพบรรยากาศตอนกลางคืนค่ะ ดูสวยโรแมนติกขึ้นอีกเยอะเลย ไฟนี่ช่วยได้เยอะมากจริงๆ ค่ะ สรุปสำหรับที่นี่นะคะ หากใครต้องการกินอาหารฝรั่งเศสตำรับดั้งเดิมในหลายๆ เมนู (ที่จริงมีอีกหลายเมนูเลยค่ะ แถมมีเรื่องราวที่น่าสนใจเยอะมากด้วย แต่วันนั้นได้ลองแค่บางส่วนนะคะ) ก็ควรไปร้านนี้นะคะ มีหลายเมนูที่ทำได้ค่อนข้างดีเลย ที่ชอบมากวันนั้นจะเป็นเมนู scallop กับแก้มวัวค่ะ (อ้อๆ มันบดในเมนูปลาด้วยอีกอย่าง 555) ของหวานก็ดีงามอยู่ค่ะ ราคาสูง แต่ก็ไม่ได้เวอร์มากน่ะนะคะ ถ้าคิดจะมีมื้อพิเศษๆ กับอาหารฝรั่งเศส ก็ลองพิจารณาร้านนี้ดูค่ะ... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
11 Likes0 Comment
LikeShare
photo