ต้มยำปลาช่อนโบราณ
หลังจากที่ได้ข่าวว่าร้านนี้ได้รับดาวจาก Michelin เราก็เลยมาพิสูจน์ความอร่อยของร้านนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
และแล้วก็มาต่อกันอย่างต่อเนื่อง กับร้านอาหารที่ได้รับดาว จาก Michelin และเช่นเคยเป็นร้านที่ได้รับ 1 ดาว กับร้านที่ 4 ร้าน Chim By Siam Wisdom ร้านอาหารไทยโบราณที่ใช้กรรมวิธีสมัยใหม่แต่คงรสชาติไทยแท้เอาไว้อย่างลงตัว บรรยากาศของร้านเป็นบ้านทรงไทยโบราณ ด้านในโล่งโปร่งสบายตา การตกให้อารมณ์ไทยๆ เปิดเพลงไทยโบราณ มีขิมบรรเลงสดให้ฟัง คือมันเข้ากับบรรยากาศมาก ซึ่งตัดกับตัวเราที่แต่งตัวมาไม่เข้ากับสถานที่เอาซะเรยนะตัวฉัน ส่วนอาหารนั้น ตอนนี้ทางร้านจัดเป็นเซ็ทคอร์ส มีให้เลือกอยู่ 2 แบบคือ คือคอร์สละ14อย่าง และ18อย่าง ซึ่ง อย่างอิฉันนั้นต้องเลือก 18 อย่างอยู่แล้วไหนๆก็มาทั้งที ... ก็เดี๋ยวจะค่อยๆรีวิวเป็นอย่างๆไปนะ ได้เวลาเปิดฉากกันแล้ว ซึ่ง...เราขอเริ่มจาก Amuse Bouche (หรือของว่างขนาดพอดีคำ) มีทั้งหมด 3 อย่างได้แก่ ขนมเบื้องไทยใหญ่, มูสมะเขือยาว และหมี่กรอบส้มซ่า ตัวขนมเบื้องโบราณนั้นรสชาติเหมือนทั่วๆไปนะ ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรเมื่อทานเข้าปาก เรียกว่าปกติดี, ต่อมากับคำที่สอง มูสมะเขือยาว มีไข่ปลาวางมาให้ด้วย 1 เม็ด เมนูนี้ขอสารภาพว่า เราไม่ทันได้วิเคราะห์อะไรเท่าไหร่เรยเพราะอยู่ๆมันก็หายหมดปาก จึงไม่สามาถพูดอะไรได้ ,และคำสุดท้ายเป็นหมี่กรอบส้มซ่า รสชาติของร้านนี้รู้สึกว่าหวานนำไปนิด ไม่ค่อยได้กลิ่นของส้มซ่าและไม่กรอบ จึงไม่ได้ให้คะแนนความพอใจเท่าไหร่ละนะ จานต่อมาเป็น Appetizer จานนี้จะประกอบไปด้วย 3 เมนู นั้นคือ ไก่กอและ, แจงลอนปลาอินทรีย์ และ กุ้งโสร่ง ไก่กอและ เป็นอาหารทางภาคใต้ รสชาติไม่เชิงไก่สะเต๊ะ มีความเผ็ดของเครื่องแกงค่อนข้างมาก ใครไม่ทานรสจัดแนะนำให้ทานกับอาจาดที่อยู่ด้านล้างของตัวไก่ เมนูนี้เผ็ดร้อนสมกับอาหารของทางภาคใต้จริงๆคะ แจงลอน ความรู้สึกเมื่อทานให้อารมณ์ทอดมันแต่ไม่เหนียวแบบทอดมันปลา เมนูนี้เค้าใช้ปลาอินทรีย์ในการทำและเป็นอาหารของทางใต้อีกเช่นกัน รสชาติอร่อยและค่อนข้างจัดจ้านมากเหมือนเดิม ต่อมาเป็นกุ้งโสร่ง เมนูที่เหมือนว่าจะหาทานได้ทั่วไป แต่ทางร้านบอกว่า เส้นที่นำมาใช้พันตัวกุ้งนั้น นำเข้าจากอิตาลีเรยนะยู ไม่ได้ใช้แถวๆบ้านเรานะ ซึ่งรสชาติที่ได้นั้น ก็ปรกติชนมากคะ จานต่อมาเป็นหมวดหมู่ของ Salad ซึ่งทางร้านเสิร์ฟเป็น ปูนิ่มทอดกับยำมะม่วงรวนมะพร้าวคั่ว เมนูนี้ พี่พูดเลยว่าผิดคาดเป็นอย่างมาก รสชาติกลมกล่อม ในลักษณะที่ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้คนไม่ทานจำพวกเครื่องเทศเครื่องยำอย่างเรา สามารถทานได้จนหมดจาน อันนี้อร่อยมาก รู้สึกลงตัว จานที่ 4 เป็นหมวดของ Soup ซึ่งเมนูนี้ถือว่าเป็นซิคเนอเจอร์ของทานร้านเลยก็ว่าได้ นั้นคือต้มยำปลาช่อนโบราณ เป็นสูตรในสมัย ร.2 ของหม่อมส้มจีน ใน ร.ศ. 109 ที่ได้หายสาบสูญไปนานแล้ว ซึ่งทางเชฟของที่นี่ได้นำกลับมาและปรับปรุงนิดหน่อยให้เข้ากับยุคสมัย รสชาติอร่อยนะ เข้มข้นแต่ทานได้คล่อง มีข้าวสารอยู่ในต้มยำด้วย โบราณเค้าว่าเอาไว้ดับกลิ่นคาวปลา อันนี้ดีงาม และอันนี้โครตเซอร์ไพรส์เรามาก เป็นเมนูล้างปากคั่นกลางระหว่างไป Main Crouse คือ...เฮ้ย เกิดมาพึ่งจะเคยได้ทานไอศครีมใบชะพูละเธอ OMG สุดยอดมาก ทำเอาสายขนมอย่างพี่อึ้งไปเลย 55555 ที่ทานๆมานี่อันนี้เด็ดสุด แล้วก็มาเริ่ม Main Crouse กันเลย เซ็ทที่เราเลือกนั้นมีเมนอยู่ 5 อย่างนั้นคือ ฉู่ฉี่กุ้งแม่น้ำกับมะพร้าวคั่วมันกุ้ง, แกงเขียวหวานเห็ดโคน, ผัดคั่วหนอกระวานกับหอยเชลล์, หมูคั่วเคยแนมมะม่วง และ กระหล่ำปลีทอดน้ำปลา ว่ากันด้วยที่ฉู่ฉี่นั้น รสชาติไม่จัดจ้านเกินไป ตัวกุ้งสุกกำลังดีไม่ด้าน มีความฉ่ำของเนื้อกุ้งอยู่ภายใน ต่อมาเป็นแกงเขียวหวานเห็ดโคน ความรู้สึกแรกที่จานนี้วางลงบนโต๊ะ คือ ยังมีเห็ดโคนเหลืออยู่อีกเหรอเนี้ย ไม่น่าเชื่อ ถึงจะหัวเล็กก็เถอะนะ รสชาติเขียวหวานอันนี้ให้อารมณ์ฝรั่งทานมากกว่า ไม่จัดจ้านแต่ได้กินเห็ดโคนพี่ก็แฮปปี้ละ ไม่ติต่อ 55555 ผัดฉ่าหอยเชลล์ เมนูนี้อร่อย เข้มข้นดี (สั้นๆ) หมูคั่วเคยแนมมะม่วง อันนี้ก็สั้น อารมณ์หมูหวาน ส่วนกระหล่ำปลีทอดน้ำปลานั้น อร่อยดีนะ จบ ในส่วนที่เสิร์ฟในเมนนั้น มี Complementary เป็นข้าวที่เสิร์ฟมาพร้อมกัน ซึ่งกรรมวิธีในการหุงข้าวนั้น จะหุงพร้อมใบเตยและตะใคร้ ทำให้ได้กลิ่นที่หอมเป็นธรรมชาติดีนะ ในหมวดสุดท้ายนั้นคือ Dessert หรือของหวาน ทางร้านเสิร์ฟ ข้าวเหนียวมะม่วงกับไอศครีมกะทิ ก็นะ สรุปทั้งหมดทั้งมวล กับ Premium Set ชุดนี้ ในราคา 2,500++ ต่อคน กับอาหาร 18 เมนู ถ้าถามว่าคุ้มค่าไหม ก็คงตอบว่า ได้อยู่ เพราะก็มีเมนูที่ไมาเคยลองและหาทานที่อื่นไม่ได้ บรรยากาศดีก็หักลบกลบหนี้กันได้อีกนิด ก็โอเคค่ะ (ตรงๆ)... อ่านรีวิวฉบับเต็ม
1 Like0 Comment
LikeShare
photo