"Sushi Kappou Kitaohji" ร้านโอมากาเสะที่อยู่เหนือกว่าคำว่ามิชลิน
  1. "Sushi Kappou Kitaohji" ร้านโอมากาเสะที่อยู่เหนือกว่าคำว่ามิชลิน

"Sushi Kappou Kitaohji" ร้านโอมากาเสะที่อยู่เหนือกว่าคำว่ามิชลิน

โอมากาเสะไม่ได้มีแค่สำหรับซูชิเท่านั้น! มาลิ้มรสเมนูตามฤดูกาลในระดับที่เหนือกว่าพรีเมียม @Sushi Kappou Kitaohji
[Ad] • 26 พ.ค. 2018 · โดย
Video at https://www.facebook.com/Wongnai/videos/2232324520118794

#วงในบอกมา 

  • "Sushi Kappou Kitaohji" เป็นร้านในเครือของ "Kitaohji" ร้านไคเซกิที่มีประวัติยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ มีสาขาในประเทศญี่ปุ่นถึง 11 สาขา 
  • ทางร้านใช้ Maguro หรือ บลูฟินทูน่าจาก ร้าน Yoshitomi ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นร้านขายปลาในตลาด Tsukiji ที่เก่าแก่ที่สุดและดีที่สุด ร้านนี้จะอยู่ในโซนปิด ที่อยู่ลึกข้างในตลาด
  • เมนูของทางร้านจะมีเพียง "Sushi Kappou Omakase 4,500 THB Course" (4,500++ บาท) และ "Sushi Kappou Omakase 8,000 THB Course" (8,000++ บาท) เท่านั้น ซึ่งเมนูจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างสม่ำเสมอ ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและวัตถุดิบ สำหรับลูกค้าที่อยากกินวัตถุดิบพิเศษ สามารถจองล่วงหน้าอย่างน้อย 5 วัน

ทุก ๆ วันนี้ ถ้าได้ยินคำว่า "โอมากาเสะ" ใครต่อใครก็คงนึกถึงซูชิระดับพรีเมียมราคาแพงหูฉี่ ที่ต้องจองล่วงหน้าไว้เป็นเดือน! แต่หารู้ไม่ อาหารในรูปแบบ "โอมากาเสะ" ครอบคลุมมากกว่าที่ทุกคนคิดเอาไว้ ("โอมากาเสะ" แปลว่า "I'll leave it to you" หรือในกรณีนี้ "เชื่อและวางใจเชฟ" เป็นที่มาของคอนเซปต์ "Chef's Table" ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ในหมู่นักชิมทั้งหลายในขณะนี้)

เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา ทีมงานวงในได้ไปเยือนที่ร้าน "Sushi Kappou Kitaohji" ใน Boulevard 39 (สุขุมวิท 39 ซอย พร้อมจิต) ข้างๆร้าน Cocotte Farm Roast & Winery ขอบอกเลยครับว่า เป็นประสบการณ์โอมากาเสะ ที่น่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง

หน้าร้าน
หน้าร้าน

"Sushi Kappou Kitaohji" เป็นร้านสไตล์ Open Kitchen หรือ ครัวเปิด ลูกค้าทุกคนสามารถที่จะเห็นทุกๆการเคลื่อนไหวของเหล่าเชฟผู้ช่ำชอง

ambience
การตกแต่งร้านได้รับอิทธิพลจากพระราชวังเกียวโต ผนวกกับ Mood & Tone แบบร่วมสมัย จึงได้บรรยากาศที่หรูหรา แต่ยังคงซึ่งไว้ด้วยความเป็นกันเอง พื้นที่ก็กว้างขวางนั่งสบายไม่ต้องเกร็ง

หลังจากที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทีมงานของทางร้าน ทางเชฟก็ริน "Katsuo Dashi" หรือน้ำสต๊อกที่ปรุงรสด้วยสาหร่ายคอมบุและคัตสึโอะบุชิ (ปลาโอฝานบาง) เป็นการปรับอุณหภูมิกระเพาะและเรียกน้ำย่อยในเวลาเดียวกัน
 
คัตสึโอะดาชิของ "Sushi Kappou Kitaohji" มีรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม และดื่มง่าย เพราะว่าทางร้านได้นำถ่านบินโจทันไปแช่ในน้ำเป็นเวลาหนึ่งคืน ก่อนที่จะนำไปกรองแล้วค่อยต้มเป็นน้ำสต๊อก กระบวนการทั้งหมดนี้มีไว้สำหรับการลดค่าความด่างของน้ำ จึงทำให้เหมาะสมแก่การนำมาประกอบอาหารมากยิ่งขึ้น 

dashi
"Katsuo Dashi" 1 ในหัวใจสำคัญสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่นทุกร้าน
binjo tan
ก่อนจะมาเป็น "Katsuo Dashi" น้ำที่ใช้ประกอบอาหารต้องผ่านกระบวนการอย่างพิถีพิถัน

ประเดิมกันด้วย "Appetizer" หรือคานาเป้สไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งมีให้รับประทานถึงหกอย่างด้วยกัน แต่ละอย่างนั้นล้วนมีรสชาติที่โดดเด่น... โดยเฉพาะ "Bafun Uni" ไข่หอยเม่นพันธุ์พิเศษจากฮอกไกโด รสชาติหวานฉ่ำ กินคู่กับมันมือเสือเพื่อรสชาติที่กลมกล่อม เรียกได้ว่าฟินตั้งแต่แรกเริ่ม

appetizer
"Appetizer"

หลังการวอร์มต่อมรับรสอย่างเป็นทางการ พวกเราพร้อมที่จะดื่มด่ำกับรสชาติและความสดของวัตถุดิบชั้นเลิศตามฤดูกาล ส่งตรงจากตลาด Tsukiji!

tsukiji
วัตถุดิบชั้นเลิศตามฤดูกาล ส่งตรงจากตลาด Tsukiji!

ต่อกันด้วย "Sashimi" ปลาดิบคัดพิเศษประจำวัน ซึ่งแน่นอนเมนูนี้ ใครๆที่เป็นคอปลาดิบย่อมไม่ผิดหวัง! ทางเชฟได้คัดสรรปลาเนื้อขาวซึ่งอัดแน่นไปด้วยคุณภาพ มีทั้ง คินเมได, ฮาตะ (ปลาเก๋า) และ ซาวาระ (ปลาอินทรี)

sashimi
คินเมได, ฮาตะ (ปลาเก๋า) และ ซาวาระ (ปลาอินทรี)

รับประทานพร้อมกับโชยุสูตรพิเศษที่ทางร้านผสมขึ้นมาเอง พร้อมวาซาบิสด เพื่ออรรถรสที่เต็มเปี่ยม

เมนูที่ 3 คือไฮไลท์ของคอร์สนี้เลยครับ! สำหรับเมนู "Nigiri Sushi" นั้น "Sushi Kappou Kitaohji" ได้ใช้ Maguro หรือ บลูฟินทูน่าจาก ร้าน "Yoshitomi" ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นร้านขายปลาในตลาด Tsukiji ที่ดีที่สุด เก่าแก่ที่สุด (เปิดทำการมากว่าหนึ่งศตวรรษ!) และน้อยคนนักที่จะได้สิทธิ์เป็นลูกค้า

otoro
"Otoro" (เนื้อส่วนท้องที่มีไขมันเยอะเป็นพิเศษ)
tuna
เทคนิคการแล่ที่เฉียบขาด
tuna
แต่ละคำปั้นอย่างบรรจง


มีทั้ง "Akami" (เนื้อแดงแบบไร้ไขมัน), "Chutoro" (เนื้อส่วนระหว่าง Akami และท้องที่มีไขมันแทรกปานกลาง), "Otoro" (เนื้อส่วนท้องที่มีไขมันเยอะเป็นพิเศษ) รับประทานจากซ้ายไปขวา ขอบอกเลยครับว่าฟินแบบเต็มพิกัด! เพราะ แต่ละคำนั้นกลมกล่อมเสียเหลือเกิน! 

nigiri sushi
"Akami", "Chutoro", "Otoro"

"Sushi Kappou Kitaohji" เป็นร้านเดียวในประเทศไทยที่ใช้ปลาทูน่าจากร้าน "Yoshitomi" และยังเป็นร้านโอมากาเสะร้านเดียวที่ยอมให้ลูกค้านำโชยุมาทาบน “Nigiri Sushi” อีกด้วย!

nigiri
“Nigiri Sushi”
nigiri
“Nigiri Sushi”

ฟินกับเมนูซูชิไปแล้ว ทางเราไม่รอช้า! พร้อมลุยกับ "Main Dish" ประจำวันอย่าง “Awabi Shabu” (ชาบูหอยเป๋าฮื้อ) ส่งตรงจากฮอกไกโด! ทางเชฟได้นำ "Katsuo Dashi" (ที่พวกเราได้ชิมก่อนหน้านี้) มาตั้งให้เดือด ใส่ตับของเป๋าฮื้อ สาหร่ายวากาเมะ หน่อไม้เกียวโต แล้วค่อยนำเนื้อเป๋าฮื้อสไลซ์บางลงไปลวกประมาณ 10 วินาที

chef
Chef Shibuta at work!
awabi
"Main Dish- Awabi Shabu"
awabi shabu
"Main Dish- Awabi Shabu"


เป็นการปรุงที่เรียบง่ายแต่พิถีพิถัน เนื้อเป๋าฮื้อรสชาติเข้มข้น เข้ากับหน่อไม้เกียวโตซึ่งมีรสชาติที่อ่อนละมุน ใกล้เคียงกับข้าวโพด และสาหร่ายวากาเมะได้เป็นอย่างดี ทางเราแนะนำให้รับประทานทั้งสามอย่างในคำเดียว

หลังจากจานหลัก ก็กลับมาที่ "Nigiri Sushi" ซึ่งครั้งนี้ทางเชฟได้เสิร์ฟเป็น Mini Don แทน!

"Bafun Uni" ส่งตรงจากฮอกไกโด ที่พวกเราได้ชิมเปิดคอร์ส คราวนี้ได้กินแบบเป็นชิ้นเป็นคำพร้อมโชยุและวาซาบิสด บอกเลยครับว่าฟินถึงสวรรค์ชั้น 7

bafun uni
"Bafun Uni"
bafun uni
"Bafun Uni"

"Anago" ปลาไหลทะเลก็ดีงามใช่ย่อย! เชฟจะนำเนื้อปลาไหลทะเลน้ำหนักไม่เกิน 250 กรัม (หนักกว่านี้ก้างจะแข็ง เคี้ยวไม่ได้) มาย่างบนถ่านบินโจทันจนสุกกำลังดี เสิร์ฟพร้อมซอสปลาไหลสูตรเฉพาะ พร้อมเปลือกส้ม Yuzu ฝานบาง

anago
"Anago"
anago
"Anago"

ก่อนที่จะลิ้มรสซูชิอีกสองคำสุดท้าย ทีมเชฟก็ได้เตรียม "Small Bowl" สุดพิเศษที่ประกอบไปด้วย "Sawara" (ปลาอินทรี) ที่ม้วนมาอย่างสวยงาม ชุบไข่และขนมเซนเบ้ป่นก่อนนำไปทอด เสิร์ฟพร้อมซอสสาหร่ายสูตรพิเศษ ท็อปด้วยต้นหอมญี่ปุ่น เป็นเมนูที่รสชาติกลมกล่อม กรอบนอกนุ่มใน ไร้ซึ่งความเลี่ยน

small bowl
"Small Bowl- Sawara"
small bowl
"Small Bowl- Sawara"

ปิดท้ายเมนูของคาวด้วย "Sushi" ซึ่งมีทั้ง "Saba Boshi Maki" ปลาซาบะดองสูตรเฉพาะ แล่ด้วยเทคนิคพิเศษ ปรุงด้วยมัสตาร์ดญี่ปุ่นและงาขาวคั่วแล้วค่อยนำไปโรล ก่อนที่จะท็อปด้วยสาหร่ายคอมบุ และ "Toro Temaki" เป็นการนำทูน่าส่วนท้องมาสับให้ละเอียด ก่อนนำไปห่อด้วยสาหร่ายโนริที่เอาไปผิงไฟ พร้อมกับข้าวซูชิและงาขาวคั่ว

saba boshi
 "Saba Boshi Maki"
toro temaki
 "Toro Temaki"

ปิดฉากมื้อโอมากาเสะอย่างน่าประทับใจกับ "Dessert" ของหวานสามชนิดได้แก่ "Sake Pudding" พุดดิ้งสาเกรสละมุน ยิ่งได้ทานกับโชยุในปริมาณที่เหมาะสม ยิ่งฟินแบบมีมิติ! "Ichigo Daifuku" แป้งไดฟุกุเหนียวนุ่มเสิร์ฟพร้อมสตรอว์เบอร์รี่ลูกใหญ่และถั่วแดง Azuki ปิดท้ายด้วย "Setoka" ส้มพันธุ์พิเศษจากญี่ปุ่นที่หวานกว่าส้มสายน้ำผึ้งของบ้านเรา

Dessert
"Dessert"

"Sushi Kappou Omakase 4,500THB Course"(4,500++ บาท)  เป็นโอมากาเสะคอร์สที่ราคาค่อนข้างสมเหตุสมผล ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบคุณภาพจาก Tsukiji หรือ บลูฟินทูน่าระดับพรีเมียมจาก "Yoshitomi" ทุกๆอย่างล้วนผ่านขั้นตอนการปรุงอย่างพิถีพิถัน โดยทีมงานเชฟผู้มากประสบการณ์  โดยรวมแล้ว มื้อนี้ถือว่าคุ้มค่าเกินราคา และเป็นการเปิดโลกแห่งโอมากาเสะสำหรับพวกเรา 

การเดินทาง

"Sushi Kappou Kitaohji" ตั้งอยู่ใน Boulevard 39 (สุขุมวิท 39 ซอย พร้อมจิต) ข้าง ๆ ร้าน Cocotte Farm Roast & Winery

เมนูห้ามพลาด

Nigiri Sushi, Main Dish, Sushi, Sushi Kappou Omakase 4, 500 THB Course
Kitaohji Team
OWNER'S MESSAGE
Kitaohji Team
อยากเชิญคุณลูกค้าทุกคนมาลิ้มรสโอมากาเสะแบบใหม่ ที่แตกต่างจากที่อื่น ทางเราไม่ได้มีแค่ซูชิอย่างเดียวเท่านั้น เราเสิร์ฟ Appetizer, ซาชิมิ, ซูชิ, ชาบู, ของย่าง, และก็ปิดท้ายด้วยของหวาน การนั่งรับประทานในบรรยากาศแบบเคาน์เตอร์ที่ร้าน จะโล่ง, โปร่ง, และสบาย เหมือนได้กินข้าวในพระราชวังแห่งเกียวโต ทางร้านคัดสรรวัตถุดิบที่พรีเมียมที่สุดของแต่ละฤดูกาล เพื่อรังสรรค์เมนูที่ดีที่สุดให้ลูกค้าทุกคนได้ลิ้มลอง

แผนที่

ชั้น G BOULEVARD 39 สุขุมวิท 39
map

การติดต่อ

Sushi Kappou Kitaohji
41 ซอย สุขุมวิท 39 ( พร้อมจิตร),วัฒนา