เล่นแร่แปรรสชาติ! 379 อิ่มไม่อั้น ปรุงรสตามใจปากในราคาดีต่อใจ@Shabulab
  1. เล่นแร่แปรรสชาติ! 379 อิ่มไม่อั้น ปรุงรสตามใจปากในราคาดีต่อใจ@Shabulab

เล่นแร่แปรรสชาติ! 379 อิ่มไม่อั้น ปรุงรสตามใจปากในราคาดีต่อใจ@Shabulab

เมื่อวิทยาศาสตร์ปะทะชาบู เกิดเป็นชาบูศาสตร์! อิ่มพุงกางกับหลากรสชาติ ไม่จำกัดเวลา ปรุงไปชิมไปให้ถูกปาก สนุกเกินคาดในราคาถูกใจ เพียง 379 บาท ที่ “Shabulab”
[Ad] • 19 ก.พ. 2018 · โดย
Video at https://www.facebook.com/Wongnai/videos/2098498220168092

ทุกวันนี้หันซ้ายเจอชาบู หันขวาก็เจอบุฟเฟ่ต์ เปิดกันพรึ่บพั่บเป็นดอกเห็ด สายบุฟเฟ่ต์อย่างเรา ๆ ก็ชักจะชินชา มองไปทางไหนก็เจอร้านหน้าตาคล้าย ๆ กันไปซะหมดใช่ไหมล่ะคะ วันนี้แพรจึงขอเสนอทางสว่างให้แก่นักกินทั้งหลาย มาพบกับศาสตร์แห่งชาบู ที่ทุกคนจะได้สนุกกับการปรุงรสชาติ ทั้งน้ำซุป น้ำจิ้ม และวิธีการกินตามสไตล์ของแต่ละคนที่ “Shabulab” ร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูไม่จำกัดเวลา พบบรรยากาศราวกับหลุดเข้าไปในห้องแลป ให้เพื่อน ๆ ได้สวมบทบาทนักวิทยาศาสตร์จำเป็น งัดสกิลการปรุงออกมาเล่นแร่ แปรรสชาติ แค่ฟังก็ตื่นเต้นแล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่จะเด็ดแค่ไหน สะบัดเสื้อกาวน์แล้วตามแพรกันมาเลยค่าาา ~

“Shabulab”
“Shabulab” กับคุณลุงไอนส์ไตน์เข้าธีมวิทยาศาสตร์สุด ๆ ! 

ด้วยโลเคชันใจกลางสยามแสควร์ ที่ล้อมรอบไปด้วยมหาวิทยาลัยและโรงเรียน สิ่งที่ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ที่ผ่านการเป็นนักเรียนมาต้องเคยเจอ และมีประสบการณ์ร่วมกันก็คือการเข้าห้องแลป เจ้าของร้านจึงเกิดไอเดียเปิดร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูเก๋ ๆ ภายใต้คอนเซปต์การทดลอง ที่ทุกคนสามารถปรุงรสและสร้างรสชาติเฉพาะของตัวเอง เกิดเป็นมื้ออาหารที่ไม่ใช่แค่การกินให้อิ่ม ๆ ไป แต่กลายเป็นความสนุกสนานให้คนที่มากินได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ผลัดกันปรุง ผลัดกันชิม แถมยังเน้นความสะอาดและคุณภาพของวัตถุดิบที่สดใหม่ทุกวัน ในราคาที่ไม่แพงมาก รสชาติและราคาถูกใจทุกเพศทุกวัย เรียกได้ว่าจะมากับเพื่อน ครอบครัว หรือแฟน ก็เป็นกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ที่เก๋มากเวอร์!

“Shabulab”
จะมาคู่ มาคี่ หรือมากันทั้งครอบครัว ก็ปรุงสนุกได้ทุกแบบเลยค่ะ

ตั้งแต่ก้าวเท้าเข้ามาในร้าน “Shabulab” เพื่อน ๆ ก็ได้จะได้กลิ่นอายราวกับเข้าไปในห้องแลป ทั้งบรรยากาศร้านโทนสีขาวสะอาดตา เครื่องครัวต่าง ๆ ที่ประยุกต์มาจากอุปกรณ์ทดลอง ไม่ว่าจะเป็นบีกเกอร์หรือหลอดทดลอง และเคาน์เตอร์นั่งที่หน้าตาเหมือนหลุดออกมาจากห้องแลป ซึ่งแต่ละคนจะได้เตากับหม้อไปเลยคนละใบ ปรุงรสชาติตามใจตัวเองแบบไม่ต้องเกรงใจใคร หรือคนไหนอยากปรุงรวมกับเพื่อน ๆ ก็ไม่ผิด ฟรีสไตล์สุด ๆ ไปเลยค่ะ

“Shabulab”
ร้านสีขาวสะอาดตา ให้ความรู้สึกราวกับหลุดมาจากห้องทดลองจริง ๆ

โดยสไตล์ของชาบูที่นี่ เป็นการผสมผสานรสชาติจากหลายเชื้อชาติ เพราะเชื่อว่าทุกคนมีรสชาติของตัวเอง ทางร้านจึงมีเบสรสชาติซุปแต่ละอันให้ลูกค้าเอาไปปรุงรสตามใจชอบ ทั้งหมด 5 สไตล์ ได้แก่ “รสต้นตำรับ”, “ต้มแจ่ว”, “หม่าล่า”, “สุกี้ยากี้”, และน้องใหม่ล่าสุดก็คือรส “ชีส” ค่ะ ซึ่งทั้ง 5 รสชาตินี้ก็อิงมาจากการที่มนุษย์เรารับรสได้ 5 อย่างเช่นกัน คือ เปรี้ยว, หวาน, เค็ม, ขม, และอูมามิ ส่วนน้ำจิ้มก็มี “น้ำจิ้มสุกี้”, “น้ำจิ้มงา”, “น้ำจิ้มซีฟู้ด”, “น้ำจิ้มชีส”, “ซอสพอนซึ”, และ “ซีอิ๊ว” แถมน้ำซุปและน้ำจิ้มของที่นี่สามารถเปลี่ยนได้ตลอด โดยไม่มีการชาร์จเพิ่ม เพื่อให้ลูกค้าได้ลองเล่นจนเจอรสชาติที่ถูกใจมากที่สุด!

“Shabulab”
อยากเข้มข้น หอมมัน ก็ต้องน้ำซุปรส “ชีส”
“Shabulab”
หรืออยากเข้มข้น คุ้นลิ้นก็จัดน้ำซุป “สุกี้ยากี้” กันเลย
“Shabulab”
เนื้อนุ่ม ๆ ชิ้นโต จุ่มลงในน้ำซุปจนชุ่มฉ่ำ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม!

และโซนอาหารของที่ร้าน “Shabulab” สามารถแบ่งเป็น 7 โซนง่าย ๆ โดยที่แต่ละโซนก็แบ่งโดยอิงจากสารอาหารที่ร่างกายจะได้รับ มีความวิทยาศาสตร์มากไปอีกกก โซนแรกเลยก็คือโซนน้ำซุปกับเครื่องปรุง

“Shabulab”
งัดฝีมือปลายจวักกันมาให้พร้อม ปล่อยสกิลการปรุงให้เต็มที่กันไปเลยจ้า

โซนที่ 2 คือน้ำจิ้มกับเครื่องปรุง ในโซนนี้สิ่งที่เด่นพุ่งกระแทกตาสุด ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นอ่างใส ๆ หน้าตาแปลกที่มีไข่เต็มไปหมด ซึ่งมันก็คือเครื่อง “Sous Vide” (ซูวี) อุปกรณ์หนึ่งในศาสตร์อาหารแบบโมเลกุลา เป็นการทำให้อาหารสุกแบบช้า ๆ โดยการควบคุมอุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสม เพื่อคงเนื้อสัมผัสและรสชาติที่ดีของอาหารเอาไว้ค่ะ ซึ่งไข่ของทางร้าน ก็จะตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 62.5 องศา เป็นเวลา 40 นาที เพื่อให้ได้ไข่ลวกนุ่ม ๆ แบบ “ไข่ออนเซน” และด้วยระยะเวลาการต้มที่นาน ช่วยให้กลิ่นคาวของไข่หายไป สำหรับคนไทยที่ไม่ชินกับการเอาเนื้อมาจิ้มกินกับไข่ดิบ ก็สามารถลิ้มรสชาติที่คล้ายกัน แบบสบายใจเรื่องความปลอดภัยและกลิ่น ใส่ใจกันขนาดนี้เอาไป 10 10 10 เลยจ้า

“Shabulab”
“ไข่ออนเซน” สไตล์โมเลกุลา ที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา
“Shabulab”
ใจเต้นแรงกับความแวววาวของไข่นั้น
“Shabulab”
“น้ำจิ้มสุกี้” รสเด็ดเจ็ดย่านน้ำ รับประกันความแซ่บ

โซนที่ 3 คือโซนวิตามินและเกลือแร่ หรือผักต่าง ๆ นั่นเองค่ะ มีทั้ง “เห็ดเข็มทอง”, “แครอท”, “ข้าวโพดอ่อน”, “ผักบุ้ง”, “เส้นบุก”, “ผักกาดขาว”, “กะหล่ำปลี” ฯลฯ, โซนที่ 4 คือ โซนโปรตีน หรือเนื้อสัตว์ ทั้ง “ลูกชิ้น”, “ปูอัด”, “เนื้อไก่หมักซอส” และที่ขาดไม่ได้เลยก็น้อง “เนื้อวัวสไลซ์” และ “เนื้อหมูสไลซ์” ของเรา ซึ่งเป็นไฮไลต์สุด ๆ เพราะเนื้อวัวก็ใช้เฉพาะเนื้อนำเข้าทั้งหมดมาจากออสเตรเลียและอเมริกา ส่วนเนื้อหมูก็คัดพิเศษก็เป็นเกรดส่งออก มีให้เลือกทั้งแบบติดมันมาก เคี้ยวแล้วละลายฉ่ำไปทั้งปาก หรือจะมาสายลีนสักหน่อยก็เป็นเนื้อมันน้อยก็นุ่มพอดี ๆ กินแล้วไม่รู้สึกผิดต่อพุงเท่าไร ดีงามเวอร์! เวลาสั่งเราสามารถจดใส่ใบออร์เดอร์ เพื่อเลือกประเภทเนื้อและจำนวนให้พี่พนักงานมาเสิร์ฟถึงที่โต๊ะได้เลยค่ะ เพราะเขาจะสไลซ์เนื้อใหม่ให้เรา ไม่ได้นำมาวางไว้ในไลน์ตักอาหาร เพื่อความสดฉ่ำของเนื้อนั่นเองค่า

“Shabulab”
สัตว์กินเนื้ออย่างเรา ๆ ห้ามพลาดกับโซนโปรตีนเด็ดขาด
“Shabulab”
“เนื้อวัวสไลซ์” ที่สายกินเนื้อไม่ควรพลาด
“Shabulab”
น้อง “เนื้อหมูสไลซ์” คนเดิม เพิ่มเติมคือความนุ่ม

โซนที่ 5 ก็คือโซนคาร์โบไฮเดรต ที่มีทั้ง “ข้าวสวยหอมมะลิ” และ “เส้นมาม่า” ให้เลือกสำหรับสายกินจุ เพิ่มมวลความอิ่มในกระเพาะได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ แถมเขายังมี “เนื้อผสมหมูตุ๋นซีอิ๊ว” ให้เลือกกินกับข้าวหรือจะใส่ลงในชาบู ก็ได้รสชาติกลมกล่อมนุ่มละมุนลิ้น เริ่ดจริงอะไรจริงค่ะ!, โซนที่ 6 จะเป็นส่วนของเครื่องดื่ม ถ้ามาแบบเฮลตี้สักหน่อยก็จัด “น้ำเปล่า” ไปเลยคลีน ๆ สบายใจสบายพุง แต่ถ้าอยากตัดเลี่ยนเพิ่มความสดชื่น “ชามะนาว” ก็ตอบโจทย์ไม่แพ้กัน หรืออยากซู่ซ่ากระตุ้นความอยากอาหารก็เลือก “โค้ก” เป็นคำตอบสุดท้ายไปเลยจ้า!, มาถึงโซนที่ 7 โซนสุดท้าย ที่ถ้าไม่มีก็เรียกได้ว่าผิดผีสเตปการกินบุฟเฟ่ต์มาก ๆ นั่นก็คือ โซนของหวานนั่นเองค่ะ สำหรับที่นี่เขาก็มีตู้ไอศกรีมให้เลือกตักกันไม่อั้นถึง 5 รสชาติ ทั้ง “ไอศกรีมรสเมล่อน” , “ไอศกรีมรสไมโล”, “ไอศกรีมรสวานิลลา”, “ไอศกรีมรสชาเขียว”, และ “ไอศกรีมรสมะนาว” ราคาแค่ 379 บาท แต่ได้กินขนาดนี้ ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่การเสียตังค์สุด ๆ ไปเลยจ้า

“Shabulab”
กินคาวไม่กินหวานคือคนผอม แต่เราไม่ใช่! ฉะนั้นจัดไอศกรีมกันไปยาว ๆ จ้า

การเดินทาง

ส่วนในเรื่องของการเดินทางนั้น แพรขอบอกเลยว่าง่ายมากกก เพราะร้านตั้งอยู่ใจกลางสยามกันเลย แค่ลง BTS สยาม เดินมาทางฝั่งสยามแควร์แล้วสังเกตป้ายสยามซอย 10 หรือซอยที่ข้างหน้ามีธนาคารกสิกรไทย เดินเข้ามาในซอยไม่ถึง 10 ก้าว ก็จะเจอหน้าร้าน “Shabulab” สีขาวเด่นเป็นสง่า มีป้ายคุณลุงไอนส์ไตน์ตัวบักเอ้กตั้งเชิญชวนให้ขึ้นไปกินชาบูที่ชั้น 2 เปิดกันตั้งแต่ 12.00-21.00 น. และปิดรับคิวประมาณ 6 โมงเย็น - 2 ทุ่ม แต่ถ้าให้ชัวร์เพื่อน ๆ สามารถโทรไปสอบถามที่ 02-251-7558 หรือติดต่อเฟซบุ๊ก @Shabulabthailand กันก่อนก็ได้ค่ะ ส่วนเรื่องคิว พี่ ๆ พนักงานแอบกระซิบมาว่าตอนเย็นคนจะแน่นมากกก สามารถใช้แอพพลิเคชัน QueQ จองไว้ก่อนได้ไม่ต้องมายืนรอ เรียกได้ว่ามาถึงก็พุ่งหลาวขึ้นไปกินกันได้เลย อะไรดีแพรก็ว่าดีย์ ~ ไปค่ะลองไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งร้านชาบู ฟินปาก ไม่ลำบากทรัพย์ แถมยังสนุกอีก ครบขนาดนี้ ห้ามพลาด! Go go go

เมนูห้ามพลาด

เนื้อวัวสไลซ์, เนื้อหมูสไลซ์, เนื้อผสมหมูตุ๋นซีอิ๊ว
คุณ พุทธรัตน์ หอวัง (อั๊ง)
OWNER'S MESSAGE
คุณ พุทธรัตน์ หอวัง (อั๊ง)
เจ้าของร้าน
“Shabulab” อยากให้ทุกคนได้ลองมาเล่น ทดลองสร้างรสชาติใหม่ ๆ ของตนเอง มีความสนุกสนานในการกินอาหาร ทั้งเพื่อนและครอบครัว

แผนที่

ตรงข้ามร้าน ท่าสยาม
map