อิ่มท้องอย่างมีระดับกับบุฟเฟ่ต์อิตาเลียนมื้อกลางวันที่ No.43 เพียง 390
  1. อิ่มท้องอย่างมีระดับกับบุฟเฟ่ต์อิตาเลียนมื้อกลางวันที่ No.43 เพียง 390

อิ่มท้องอย่างมีระดับกับบุฟเฟ่ต์อิตาเลียนมื้อกลางวันที่ No.43 เพียง 390

พร้อมดื่มด่ำกับเทศกาลเมนูเห็ด Truffle และอาหารอิตาเลียนแท้สูตรเด็ดอีกมากมาย!
[Ad] • 2 ต.ค. 2015 · โดย

หากพูดถึงร้านอาหารอิตาเลียนที่ขึ้นชื่อย่านหลังสวน นักชิมรุ่นใหญ่หลายต่อหลายคนก็ต้องคิดถึงร้าน "No. 43" ด้วยทีมครัวที่มากด้วยประสบการณ์ และการรักษามาตรฐานอย่างเข้มงวด รวมถึงบรรยากาศที่แสนอบอุ่น จึงทำให้ "No. 43" เป็นร้านอาหารอิตาเลียนในดวงใจของนักชิมรุ่นใหญ่หลายต่อหลายคนมานานกว่า 17 ปี

บรรยากาศภายในร้าน

บรรยากาศของร้าน Colonial European ให้อารมณ์ย้อนยุคแบบสบายๆ เหมาะ กับการคุยธุรกิจและสังสรรค์ ทั้งครอบครัวและกลุ่มคนทำงาน

บรรยากาศภายในร้าน

มาประเดิมกับ "บุฟเฟ่ต์อาหารกลางวัน" ของทางร้าน ซึ่งขอบอกเลยว่าเป็นบุฟเฟ่ต์สไตล์นานาชาติที่คุ้มมากๆ ด้วยออพชั่นที่มีให้เลือกกว่า 20 รายการ ไม่ว่าจะเป็นไลน์บุฟเฟ่ต์ที่มีทั้งอาหารสไตล์ยุโรปรสเข้มข้น และอาหารไทยรสจัดจ้าน สลัดบาร์ที่ใช้ผักสดๆจากโครงการหลวง สเตชั่นพิซซ่า และพาสต้าทำสด ของหวาน รวมไปถึง Daily Special ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น Carving Station ที่มี Prime Rib คุณภาพ ไปจนถึงติ่มซำ เรียกได้ว่าหลากหลายและคุ้มค่ามากๆ และที่สำคัญรับประทานได้ไม่อั้น เริ่มตั้งแต่ เที่ยงตรงจนถึงบ่าย 2 ในราคาเพียง 390 บาท Net เท่านั้น!

ไลน์บุฟเฟ่ต์ที่มีทั้งอาหารสไตล์ยุโรปรสเข้มข้น

เมนูหลากหลายทำสดใหม่ทุกวัน

อาหารไทยรสจัดจ้าน

สลัดบาร์ที่ใช้ผักสดๆจากโครงการหลวง

สเตชั่นพิซซ่า และพาสต้าทำสด

พาสต้าให้เลือกมากมายทั้งเส้นและซอส

พิซซ่าแป้งบางกรอบสดใหม่

แถมยังมีมุม Daily Special สำหรับวันพฤหัสจะเป็นติ่มซำ

มุมของหวานหลากหลายสุดๆ

เค้กและเยลลี่ทำสดๆ

แถมยังมีผลไม้อีก

นอกเหนือจากบุฟเฟ่ต์สุดคุ้มทางร้านยังจัด โปรโมชั่น เทศกาลอาหารพิเศษอย่างสม่ำเสมอ สำหรับเดือนตุลาคมนี้ ทางร้านจัดหนักแบบมีระดับสุดๆกับ เทศกาลอาหาร Truffleตั้งแต่วันที่ 11 ไปจนถึงวันที่ 18 ตุลาคม สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักเห็ด Truffle นั้น เห็ดทรัฟเฟิลก็คือเห็ดที่โตในทวีปยุโรปซึ่งมีอากาศเย็นสบาย และเห็ดทรัฟเฟิลที่ทางร้านจะใช้สำหรับเทศกาลพิเศษนี้ก็คือ Summer Black Truffle จากแคว้นอุมเบรียซึ่งอยู่ตรงภาคกลางของประเทศอิตาลี กลิ่นหอมละมุนสุดๆใครได้ลองเป็นต้องติดใจ! มาดูกันดีกว่าเมนูเห็ดทรัฟเฟิลมีอะไรบ้าง

เริ่มต้นกันอย่างเรียบง่ายแต่อลังการสุดๆกับ “ Baked King Prawns with Mozzarella Cheese and Truffles ” (600บาท) กุ้งลายเสือคัดพิเศษหวานฉ่ำ อบพร้อมกับมอสซาเรลล่าชีสเยิ้มๆ เสริมเอกลักษณ์ด้วยน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล และ เห็ดทรัฟเฟิลฝานบางๆ เพื่อรสชาติและกลิ่นหอมที่มาเต็มสุดๆ เสิร์ฟบนใบไทม์ทอดเพื่อกลิ่นหอมและความอลังการ!

“ Baked King Prawns with Mozzarella Cheese and Truffles ”

มาต่อกันด้วย “Marinated U.S Scallops on salad and sliced truffles” (450 บาท) หอยเชลล์สดๆตัวใหญ่นำเข้าจากอเมริกาเนื้อแน่นหวานฉ่ำ หมักใน Grape Vinegar พร้อมเห็ดทรัฟเฟิลจนได้ที่ แล้วค่อยเสิร์ฟแบบสดๆพร้อม ผักสลัด เป็นการนำเสนอ Scallop ที่แสนเรียบง่ายแต่จำเป็นต้องใช้ประสบการณ์อย่างมากมายเพื่อที่จะหมักให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมขนาดนี้ เป็นอีกจานที่คออาหารทะเลห้ามพลาดโดยทุกประการ

“Marinated U.S Scallops on salad and sliced truffles”

ดื่มด่ำกับอาหารทะเลกันแล้ว ก็ได้เวลาสำหรับ Main Course อย่าง “Roasted lamb rack in brown sauce and sautéed mushrooms” (490 บาท) เนื้อแกะคัดพิเศษนำเข้าจากออสเตรเลีย ย่างบนเตาถ่านจนได้กลิ่นหอม ราดด้วยซอส Espagnole (Brown Sauce) รสเข้มที่ผสมกับ Truffle Oil เพื่อกลิ่นหอมทวีคูณ เสิร์ฟพร้อมกับเห็ด Porcini ชุบแป้งทอด และผัดน้ำมันมะกอก และ Ratatouille (สตูว์ผักรวมสไตล์ยุโรป) หลากสีสันเพื่อรสชาติที่ครบเครื่อง

“Roasted lamb rack in brown sauce and sautéed mushrooms”

ใครที่อยากลิ้มลองอาหารมื้อเด็ดปรุงด้วยเห็ดทรัฟเฟิลในแบบฉบับอิตาเลียนแท้ๆ ห้ามพลาดโดยทุกประการ

ยังไม่พอ ด้วยความที่ "No. 43" เป็นร้านอาหารอิตาเลียน ทางร้านก็มีเมนูอาลาคาร์ต ที่รวบรวมอาหารซิกเนเจอร์จานเด็ดที่ได้แรงบันดาลใจมาจากทุกๆแคว้นของประเทศอิตาลี มีเมนูรีซอตโต้สูตรเด็ดอย่าง “Risotto with Mushrooms and Truffle Oil topped with Taleggio Cheese Fondue” (400 บาท) ซึ่งใช้ข้าว Carnaroli จากเมือง Vercelli แคว้น Piemonte ซึ่งเป็นข้าวที่ได้รับการยอมรับจากเชฟทั่วโลกว่าเป็นข้าวที่เหมาะกับการทำ Risotto ที่สุด เสิร์ฟพร้อมกับฟองดู Taleggio ชีสแสนเข้มข้น รสชาติกลมกล่อม ท็อปด้วยเห็ด Porcini และ น้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล เป็นเมนูที่ทำให้ทุกๆคนหลงรักกับ Risotto แบบกู่ไม่กลับ
สำหรับคอพาสต้าห้ามพลาดกับ “Tagliatlle al Gamberi Zucchini Pesto” (280 บาท)เส้น Tagliatelle ลวกจนสุกแบบ Al Dente แล้วค่อยผัดรวมกับ เพสโต้หอมสดชื่นพร้อมกุ้งทะเลและซูกินี่คัดพิเศษปรุงด้วยชีสพาร์เมซานเพื่อความเข้มข้น เป็นเมนูที่เรียบง่ายแต่เด็ดดวง

“Tagliatlle al Gamberi Zucchini Pesto” (ซ๊าย) “Risotto with Mushrooms and Truffle Oil topped with Taleggio Cheese Fondue” (ขวา)

ปิดท้ายกันด้วย ของหวานที่ร้านอิตาเลียนทุกๆร้านจะขาดไม่ได้อย่าง “Tiramisu variated served with zabaglione cream” (200 บาท) เป็นทีรามิสุสูตรเฉพาะของร้านที่พิเศษกว่าร้านอื่นตรงที่ทำกันสดๆแบบ a-la-minute เพื่อ รสชาติที่สดใหม่หอมหวานแบบกำลังดี และ รสสัมผัสของครีม zabaglione ที่ฟูนุ่ม ตบท้ายด้วยกาแฟสูตรพิเศษผสมครีม zabaglione และ บราวนี่สูตรเฉพาะของทางร้าน เพื่อความหลากหลาย ใครที่ชื่นชอบ Tiramisu เป็นทุนเดิมควรลิ้มลองเป็นอย่างยิ่ง

“Tiramisu variated served with zabaglione cream”

ไม่ว่าจะเป็นบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติ มื้อเช้าและกลางวันสุดคุ้ม หรือเมนูอาลาคาร์ตแบบ Real Italian ที่โดดเด่นทั้งการปรุงและวัตถุดิบ "No. 43" ถือเป็นอีก 1 Gastronomical Destination หรือ ร้านอาหารร้านเด็ดที่นักชิมลิ้นทองทุกคนห้ามพลาดโดยทุกประการ

เมนูห้ามพลาด

บุ๊ฟเฟ่ต์อาหารกลางวัน, เทศกาลอาหารทรัฟเฟิ่ล

แผนที่

Cape House Serviced Apartments, Ground Floor
map

การติดต่อ

No. 43 Italian Bistro กรุงเทพฯ
Phone number : 02-658-7444
Instagram : capeandkantary
43 ซอยหลังสวน ถนนเพลินจิต,ปทุมวัน