ติ่นไท่ฟง ทะลักความอร่อยกับเสี่ยวหลงเปาร้อนๆ และซาลาเปาไส้คัสตาร์ดไข่เค็ม
  1. ติ่นไท่ฟง ทะลักความอร่อยกับเสี่ยวหลงเปาร้อนๆ และซาลาเปาไส้คัสตาร์ดไข่เค็ม

ติ่นไท่ฟง ทะลักความอร่อยกับเสี่ยวหลงเปาร้อนๆ และซาลาเปาไส้คัสตาร์ดไข่เค็ม

ถ้าพูดถึงเมนูสุดยอดเมนูติ่มซำที่หลายๆ คนติดใจกันมากเป็นอันดับต้นๆ ก็คงจะหนีไม่พ้น "เสี่ยวหลงเปา" ซึ่งอาจเป็นเพราะวิธีการทำที่แสนจะซับซ้อน ด้วยการเอาน้ำซุปอร่อยๆ
[Ad] • 5 ธ.ค. 2013 · โดย

ถ้าพูดถึงเมนูสุดยอดเมนูติ่มซำที่หลายๆ คนติดใจกันมากเป็นอันดับต้นๆ ก็คงจะหนีไม่พ้น "เสี่ยวหลงเปา" ซึ่งอาจเป็นเพราะวิธีการทำที่แสนจะซับซ้อน ด้วยการเอาน้ำซุปอร่อยๆ เข้าไปอยู่ในซาลาเปาลูกกลมๆ ทำให้เวลากัดแล้วมีน้ำซุปพุ่งออกมาในปาก เป็นความอร่อยที่แอดวานซ์กว่าการกินซาลาเปาไส้หมูสับธรรมดาๆ ซึ่งร้านที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำ "เสี่ยวหลงเปา" ได้อร่อยถูกใจนักชิมจากทั่วโลก ก็คงมีชื่อของ "ติ่น ไท่ ฟง" ร้านอาหารจีนชื่อดังที่มีต้นกำเนิดจากไต้หวันที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ติดโผอยู่ด้วยอย่างแน่นอน

ติ่มซำสุดเด็ด กับเสี่ยวหลงเปา 18 จีบ และซาลาเปาไส้ทะลัก

“เสี่ยวหลงเปาไส้หมู”เพราะ "เสี่ยวหลงเปา" ของ "ติ่น ไท่ ฟง" มีความประณีตบรรจงในการทำสุดๆ อย่างเมนูฮิต “เสี่ยวหลงเปาไส้หมู” (ราคา 10 ชิ้น/195 บาท, 6 ชิ้น/145 บาท) ก็จะต้องมีการชั่งน้ำหนักของแป้งและเนื้อหมูที่ใช้ทำไส้ทุกครั้ง เพื่อให้ได้ขนาดและรสชาติที่เหมือนกันทุกลูก โดย "เสี่ยวหลงเปา" ของ "ติ่นไท่ฟง" จะต้องมีจีบทั้งหมด "18 จีบ" เท่านั้น ห้ามขาด ห้ามเกินที่ต้องมี 18 จีบก็เพื่อให้จีบของเสี่ยวหลงเปามีความบางละเอียด และไม่หนาเกินไป ซึ่งถ้าจับจีบแค่ไม่กี่จีบ เนื้อแป้งบริเวณจีบก็จะหนาเกินไป ทำให้เวลากินแป้งจะแข็งและหนา ไม่นุ่มนวลเท่าที่ควร และหากมีจีบเยอะกว่า 18 จีบ ก็จะต้องดึงแป้งขึ้นมาข้างบนเยอะเกินไป ทำให้แป้งด้านข้างบาง ซึ่งอาจะทำให้ “เสี่ยวหลงเปา” แตกได้ ซึ่งหากพนักงานเปิดฝาเข่ง “เสี่ยวหลงเปา” ที่ลูกค้าสั่งมา แล้วพบว่ามี “เสี่ยวหลงเปา” แตกลูกนึง พนักงานจะเปลี่ยนลูกใหม่ให้ทันที แต่หาก “เสี่ยวหลงเปา” ในเข่งของลูกค้าแตกเกิน 1 ลูก พนักงานจะเปลี่ยนเข่งใหม่ให้ทันทีส่วนไส้ในของ “เสี่ยวหลงเปา” เป็นหมูสับที่ปรุงรสด้วยซีอิ๊ว เกลือและน้ำตาลแค่เพียงนิดหน่อยเท่านั้น จะไม่มีการปรุงรสมากเกินไป เพื่อให้ได้รสชาติที่แท้จริงของเนื้อหมู เนื้อแป้งจะต้องบาง สีค่อนข้างใส แต่นุ่มเหนียวเพื่อสามารถรองรับน้ำหนักของไส้และน้ำซุปได้ขณะรับประทาน อีกหนึ่งความพิเศษที่แตกต่างก็คือ "แป้งซาลาเปาสูตรไต้หวัน" ที่จะไม่ใส่สารกันบูดหรือผงฟูโดยเด็ดขาด ทำให้หน้าซาลาเปาของที่นี่ไม่แตกแบบซาลาเปาสูตรฮ่องกง เพราะซาลาเปาหน้าแตกมักจะใส่ผงฟู ฉะนั้นซาลาเปาของ “ติ่น ไท่ ฟง” จึงเนื้อเบา นิ่มและเนียนนุ่มไปทั้งลูก ไม่มีก้อนตะปุ่มตะป่ำผุดขึ้นมาหลังโดนความร้อนแบบซาลาเปาสูตรฮ่องกง

เมื่อคีบ “เสี่ยวหลงเปาไส้หมู” ขึ้นมา จะเห็นได้เลยว่าด้านในมีน้ำซุปอยู่เยอะ

ไส้ในของ “เสี่ยวหลงเปาไส้หมู” ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำซุปและเพื่อให้ได้ความลงตัวของทั้งแป้งและไส้ รวมทั้งเพื่อให้ได้รสชาติที่เหมือนกันทุกลูก แม้เวลาที่จีบแป้งได้ครบ 18 จีบ แล้วมีแป้งเหลือ ก็จะไม่มีการเด็ดแป้งทิ้งเด็ดขาด เนื่องจากน้ำหนักของ "เสี่ยวหลงเปา" จะผิดไปจากปริมาณของแป้งที่ชั่งเอาไว้ในตอนแรก ซึ่งจะมีมีผลต่อระยเวลาในการนึ่ง และอาจทำให้สุกไม่ทั่วถึงกัน และเหตุที่ต้องชั่งหมูสับและน้ำซุปที่ใส่ลงไปในเสี่ยวหลงเปาให้ได้ตามสูตรเป๊ะๆ ก็เพราะใน “เสี่ยวหลงเปา” จะตัองมีน้ำซุปอยู่ในปริมาณที่กำลังดีถึงจะอร่อยเด็ดลืมไม่ลง!

“ซาลาเปาไส้คัสตาร์ดไข่เค็ม”นอกจากเมนู "เสี่ยวหลงเปา" จะอร่อยแล้ว “ซาลาเปาไส้คัสตาร์ดไข่เค็ม” (ราคา 3 ลูก/110 บาท, 1 ลูก/38 บาท) ก็ยังอร่อยมากๆ ไม่แพ้กัน ด้วยตัวแป้งของซาลาเปาไส้คัสตาร์ดไข่เค็มที่เป็นแป้งคนละแบบกับซาลาเปาไส้อื่นๆ ของ "ติ่น ไท่ ฟง" เนื่องจากซาลาเปาชนิดนี้เป็นซาลาเปาสไตล์ฮ่องกงนั่นเอง แต่แป้งซาลาเปาก็ยังไม่ทิ้งความเนียนนุ่มนิ่มตามแบบฉบับแป้งซาลาเปาของ "ติ่น ไท่ ฟง" ที่จะไม่ใส่สารกันบูดหรือผงฟูโดยเด็ดขาดส่วนไส้คัสตาร์ไข่เค็มด้านในก็ฉ่ำเยิ้มกำลังดี มีความเค็มจากไข่แดงของไข่เค็มและความหวานมันผสมผสานกันอย่างลงตัว แค่บิแป้งออกมาเพียงนิดเดียว ไส้คัสตาร์ไข่เค็มที่อยู่ข้างในก็แทบจะทะลักออกมาในทันที

“ซาลาเปาไส้คัสตาร์ดไข่เค็ม”

ไส้คัสตาร์ดไข่เค็มที่ฉ่ำเยิ้ม“ซาลาเปาไส้คัสตาร์ดไข่เค็ม” นี้จึงเป็นซาลาเปาที่ขายดิบขายดีมากๆ และมีขายแค่ 300 ลูกเฉพาะวันพุธเท่านั้น ควรมาโทรมาสั่งจองไว้ก่อนและนัดหมายเวลามารับของ จะได้มั่นใจว่าได้กินของอร่อยชัวร์ๆ ไม่ได้ขายหมดไปซะก่อน และถ้าใครอยากจะซื้อทีละหลายๆ ลูก แล้วเอาเก็บไว้เวฟกินที่บ้าน ขอแนะนำให้อย่าเวฟนาน สัก 30 - 1 นาทีก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ซาลาเปาร้อน หากนานกว่านั้นไส้คัสตาร์ดไข่เค็มจะแข็งเกินไป ไม่ฉ่ำเยิ้มอย่างที่ควรเป็น

“ขนมจีบกุ้ง”และถ้าพูดถึงติ่มซำแล้วล่ะก็ จะขาดขนมจีบไปได้ยังไง เมนู “ขนมจีบกุ้ง” (ราคา 10 ชิ้น/315 บาท, 6 ชิ้น/225 บาท) ของ "ติ่น ไท่ ฟง" ก็อร่อยไม่แพ้ที่ไหน เพราะเป็นขนมจีบสูตรไต้หวันที่จะใช้แป้งหนา มีไส้ในเป็นหมูสับ แล้ววางกุ้งสดเป็นตัวๆ ไว้ด้านบนของขนมจีบ ซึ่งกุ้งสดนี้เป็นกุ้งสดที่คัดมาให้มีขนาดเท่าๆ กันทุกตัว เพราะจะได้ใข้เวลาในการนึ่งขนมจีบแต่ละเข่งเท่าๆ กัน ซึ่งจุดที่ทำให้ขนมจีบของที่นี่อร่อย ก็คือในขนมจีบจะมีน้ำซุปอยู่ด้วยเล็กน้อย แต่ไม่เยอะเท่าน้ำซุปใน “เสี่ยวหลงเปา” ทำให้ไส้ในของขนมจีบนุ่มนวลชวนเคี้ยวมากกว่า แต่ถ้าสั่งขนมจีบมาแล้ว เปิดฝาแล้วต้องรีบกินทันที ไม่ควรทิ้งไว้นาน ไม่เช่นนั้นขนมจีบจะตากแอร์จนแห้งเกินไป แต่ถ้ารู้สึกว่าขนมจีบแห้งหรือไม่ร้อนแล้ว ก็สามารถบอกให้พนักงานเอาไปอุ่นให้ใหม่ได้

ไส้ในเป็นหมูสับ และด้านบนจะวางกุ้งไว้หนึ่งตัวอาหารเรียกน้ำย่อยจานน้อยๆ ก็อร่อยเด็ด"appitizer" หรือ "อาหารเรียกน้ำย่อยของ “ติ่น ไท่ ฟง” ส่วนใหญ่จะเป็น appitizer เย็น ซึ่งมีขนาดจานค่อนข้างเล็ก เพราะเป็นสไตล์ที่ติดมาจากไต้หวัน ประเทศซึ่งร้านอาหารส่วนใหญ่มักจะมีพื้นที่จำกัด เนื่องจากค่าเช่าที่แพง ดังนั้นโต๊ะในร้านอาหารจึงมีนาดเล็กตามไปด้วย อาหารจึงต้องทำใส่จานที่ไม่ใหญ่เกินกว่าที่จะวางลงบนโต๊ะได้....แต่แม้จะอยู่ในจานที่เล็ก ก็มีการจัดวางอาหารให้เรียงซ้อนเป็นชั้นๆ ขึ้นไป ทำให้สามารถวางอาหารได้หลายๆ ชิ้นแม้อยู่ในจานที่เล็ก ดังนั้นปริมาณอาหารในแต่ละจานจึงไม่ได้น้อยตามขนาดของจาน

เมนูอาหารเรียกน้ำย่อยของ "ติ่น ไท่ ฟง" มีหลายเมนูทีเดียวที่น่าสนใจ และอร่อยจนสั่งมาแค่จานเดียวคงไม่พอสำหรับบางคน

“ยำสาหร่าย”เริ่มที่ “ยำสาหร่าย” (ราคา 65 บาท) เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยที่น่าจะถูกปากคนไทยที่สุด เพราะนอกจากสาหร่ายจะเคี้ยวกรุบๆ กรอบๆ แล้ว น้ำยำที่ใช้ยำสาหร่ายยังมีรสออกเปรี้ยวอีกด้วย รสชาติของจานนี้แทบจะไม่ค่อยให้ความรู้สึกว่าเป็นอาหารจีนมากนัก และสามารถช่วยตัดรสชาติกับอาหารจานอื่นๆ ได้อย่างดีเลยทีเดียว

“พริกเขียวยัดไส้หมูสับ”“พริกเขียวยัดไส้หมูสับ” (ราคา 145 บาท) เป็นเมนูที่เชฟครีเอทขึ้นมาเพื่อขายที่เมืองไทยโดยเฉพาะ เป็นเมนูพิเศษที่ “ติ่น ไท่ ฟง” สาขาประเทศอื่นไม่มี เมนูนี้แม้จะดูหน้าตาภายนอกเหมือนจะเผ็ดแต่จริงๆ แล้วไม่เผ็ดเลย เพราะได้ควักไส้ของพริกออกจนหมด จึงไม่มีเม็ดของพริกซึ่งเป็นส่วนที่ทำให้เผ็ดหลงเหลืออยู่ จากนั้นก็ยัดไส้หมูสับนุ่มๆ ลงไป แล้วราดด้วยน้ำซอสรสชาติเค็มๆ หวานๆ ตัดกับรสชาติเผ็ดร้อนนิดๆ ของพริกเขียวได้เป็นอย่างดี และกลายเป็นรสชาติที่เข้ากันได้อย่างบอกไม่ถูกเมนูอาหารจานหลักก็รสชาติประณีตนอกจากติ่มซำต่างๆ และอาหารเรียกน้ำย่อยแล้ว ที่ "ติ่น ไท่ ฟง" ยังมีเมนูอื่นๆ ให้เลือกอีกมากมาย ทั้งเมนูซุป และเมนูอาหารจานหลัก รวมทั้งผัดผักต่างๆ

“ซุปหมูตุ๋น”เริ่มจากมาซดน้ำซุปให้คล่องคอกับ “ซุปหมูตุ๋น” (ราคา 185 บาท) เป็นซุปที่มีความพิเศษอยู่ตรงที่ จะมีการชั่งน้ำหนักของกระดูกหมูให้เท่าๆ กันทุกถ้วย แล้วใส่เนื้อหมูกับมะระจีนลงไปในถ้วยใบเล็กที่ใช้เสิร์ฟ และมีการปรุงรสแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นก็ตุ๋นซุปทั้งถ้วยเป็นเวลานาน 6 ชั่วโมง จนรสชาติความอร่อยของเนื้อหมูลงไปผสมรวมอยู่ในน้ำซุป ซึ่งการตุ๋นกระดูกหมูในถ้วยแทนที่จะเป็นหม้อใบใหญ่ ก็ช่วยให้เนื้อหมูไม่เละเพราะไม่ได้ผ่านแรงเดือดของน้ำในหม้อจนเนื้อยุ่ย และไม่ได้ผ่านการตักขึ้นมาจากหม้อที่อาจจะทำให้เนื้อหมูหลุดออกจากกัน

“โต้วเหมี่ยวผัดกระเทียม”“โต้วเหมี่ยวผัดกระเทียม” (ราคา 190 บาท) ที่เลือกใช้เฉพาะส่วนยอดของโต้วเหมี่ยวที่ยาวประมาณ 5 ซ.ม.เท่านั้น และเวลาผัดจะใช้ไฟแรง เพื่อที่จะได้ใช้เวลาในการผัดแค่เพียง 1 - 2 นาที พอให้ผักสลบ เพื่อให้ผักยังคงความสดหวานกรอบ และยังมีน้ำในผักหลงเหลืออยู่ ที่สำคัญคือเป็นผัดผักที่ปรุงรสน้อยมากเช่นเดียวกับอาหารจานอื่นๆ ของ "ติ่น ไท่ ฟง" เพื่อที่นี่ตั้งใจให้ลูกค้าได้รับรู้รสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบ

“ข้าวผัดพอร์คช๊อพ”

ไข่ต้องเคลือบข้าวเอาไว้ทุกเม็ด และพอร์คช๊อต้องหั่นได้ 6 ชิ้นพอดี“ข้าวผัดพอร์คช๊อพ” (ราคา 210 บาท) เป็นข้าวผัดที่ใช้ข้าวญี่ปุ่นซึ่งมีความเหนียวนุ่มและเกาะตัวกันได้ดีกว่าข้าวชนิดอื่น เป็นข้าวผัดที่ไม่ได้ปรุงรสมากนักเช่นเคย เพราะอาศัยความอร่อยจากรสชาติแท้ๆ ของอาหารซึ่งสำหรับจานนี้ก็คือรสชาติของไข่และต้นหอมซึ่งเคลือบอยู่บนเม็ดข้าว ส่วนพอร์คชอพที่เข้าคู่กันมาในจานก็เป็นหมูที่หมักเล็กน้อยเพื่อเนื้อนุ่ม และเป็นหมูที่มีการชั่งให้ได้ขนาดเท่ากันทุกชิ้นเพื่อให้ระยะเวลาในการปรุงเท่ากันหมดทุกชิ้น เป็นการควบคุมรสชาติและคุณภาพของอาหารให้คงที่เหมือนกันหมด จะไม่มีหมูที่สุกพอดีบางชิ้นแต่บางชิ้นกลับสุกจนแข็งอย่างเด็ดขาด และที่สำคัญทุกๆ จาน หมูจะต้องสามารถตัดได้ 6 ชิ้นพอดีๆ

“บะหมี่เนื้อตุ๋น”

บะหมี่เส้นเหนียวนุ่ม“บะหมี่เนื้อตุ๋น” (ราคา 240 บาท) เส้นบะหมี่หนานุ่มในน้ำซุปเข้มข้น กับเนื้อติดกระดูกที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม แค่เพียงเอาตะเกียบสะกิดเบาๆ ก็หลุดร่อนออกมาได้อย่างง่ายดาย เส้นบะหมี่ตำรับไต้หวันที่มีเส้นหนาเหนียวนุ่มด้วยวิธีการนวดแป้งแบบดั้งเดิม ในน้ำซุปรสเข้มข้น รับประทานพร้อมกับเนื้อตุ๋นที่ตุ๋นจนหอมนุ่ม เหมาะกับผู้ที่ชอบรับประทานเนื้อวัว เป็นเมนูที่ไม่ต้องปรุงรสอะไรให้มากความ ก็อร่อยได้ในตัวเอง หรือหากชอบทานเผ็ด ก็สามารถเติมพริกเผาปรุงรสตำรับเสฉวนได้ โดยพริกแห้งที่ ติ่น ไท่ ฟง ใช้ในการทำพริกเผานั้นได้นำเข้ามาจากไต้หวันเพื่อให้ได้รสเผ็ดแบบดั้งเดิม ซึ่งจะต่างจากรสชาติเผ็ดร้อนแบบพริกแห้งของไทยเบียร์ผลไม้หอมเย็นชื่นใจ

“Sweet Touch White Grape Fruit Beer”

“Sweet Touch Lychee Fruit Beer”

“Mango Fruit Beer”อิ่มอร่อยกับอาหารแล้ว ถ้าอย่างจะเปลี่ยนรสชาติจากชาจีนเบาๆ มาเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พอให้ช่วยกระตุ้นความอร่อย ก็ต้องลองสั่ง “Taiwan Beer” เบียร์ผลไม้จากไต้หวันที่มีขายเฉพาะที่ "ติ่น ไท่ ฟง" เท่านั้น มีให้เลือก 3 รส คือ “Sweet Touch White Grape Fruit Beer” เบียร์องุ่นที่หอมกรุ่นกลิ่นองุ่น ได้กลิ่นแล้วชวนให้นึกถึงไวน์เป็นที่สุด, “Sweet Touch Lychee Fruit Beer” เบียร์ลิ้นจี่หวานหอมอมเปรี้ยว ได้กลิ่นลิ้นจี่ลอยเตะจมูกเบาๆ เป็นเบียร์ที่ผู้หญิงดื่มได้สบายๆ เพราะแทบจะไม่มีรสขมเลย สุดท้ายคือ “Mango Fruit Beer” เบียร์มะม่วงหอมกลิ่นมะม่วง และให้รสเหมือนดื่มน้ำมะม่วงหมัก เป็นเบียร์ที่มีรสชาติเฉพาะตัวของมะม่วงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม (ราคากระป๋องละ 160 บาท) พิเศษ!! ซื้อเบียร์ผลไม้รสใดก็ได้ 3 กระป๋อง จากราคา 480 บาท ลดเหลือ 320 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคมศกนี้ 2556 นี้เท่านั้น

ภายในห้องครัว

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ติ่น ไท่ ฟง ชั้น 7 Beacon Zone ศูนย์การค้า CentralWorld หรือโทร 02-646-1282

แผนที่

CentralWorld ชั้น 7
map