ชี้พิกัดเมนูโดน! กับ 3 ร้านน้องใหม่ใน Mercury Ville
  1. ชี้พิกัดเมนูโดน! กับ 3 ร้านน้องใหม่ใน Mercury Ville

ชี้พิกัดเมนูโดน! กับ 3 ร้านน้องใหม่ใน Mercury Ville

เดินส่องเมนูดัง! 3 ร้านน้องใหม่ใน Mercury Ville ทั้งร้านชาชื่อดัง ร้านราเมง และ ร้านสเต๊ก จะดีงามขนาดไหนมันต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง!
[Ad] • 28 ม.ค. 2016 · โดย

ใครที่กำลังหาอาหารใส่ท้องให้สมองทำงานกันอยู่บ้าง? ยิ่งมาแถวชิดลมรับรองทุกท่านต้องรู้จัก Mercury Ville ห้างที่รวบรวมร้านอาหารเด็ดๆ ที่ทำให้คุณไม่มีทางพลาดอาหารดีๆ อย่างแน่นอน วันนี้เราขอแนะนำ 3 ร้านน้องใหม่ ที่รับรองว่ามาแล้วฟิน ทั้งอิ่มอกอิ่มใจ มีความสุขกลับไปโม้ให้เพื่อนฟังเป็นทอดๆ ไปดูกันว่ามีร้านอะไรบ้าง!

ประเดิมร้านแรกกับร้านชาชื่อดังต้นตำรับจากประเทศอังกฤษ “Harrods Cafe” ที่มาเปิดสาขาใหม่ล่าสุดที่ชั้น 1 Mercury Ville ในคอนเซปต์ Dining Destination of Gourmet and Artisanal Food and Dessert ให้ทุกคนได้สัมผัสบรรยากาศแบบฉบับของ Harrods London ที่สำคัญมีเมนูที่เชฟคิดขึ้นมาเป็นพิเศษเฉพาะสาขานี้เท่านั้น กับ Harrods Savoury Toasts (ขนมปังอบหน้าต่างๆ) ครั้งแรกในโลก และ Harrods London Ice Cream Parlour เต็มรูปแบบสาขาที่ 3 ในโลก! ดีงามแบบนี้ใครกันจะอยากพลาด

Harrods Cafe
ภายในร้านออกแบบตกแต่งอย่างพิถีพิถันในสไตล์ British Classic ในโทนสีเขียว ครีม งาช้าง และเทาอ่อนบรรยากาศภายในร้านให้ความรู้สึกอบอุ่นสบายตา

เริ่มกันที่เมนูแรก เมนูสุดพิเศษที่มีเฉพาะที่ Harrods Cafe at Mercury Ville เท่านั้นกับเมนู Harrods Savoury Toasts ที่แรกที่เดียวในโลก! ซึ่งจะมีทั้งหมด 4 เมนู วันนี้ขอเลือกหน้าที่คนไทยหลายๆ คนน่าจะชอบอย่าง "Toast Carbonara & English Bacon" (195.-) ด้านล่างจะเป็นขนมปังคราฟท์ครอนที่ทำจากแป้งโฮลวีทผสมธัญพืชต่างๆ อย่าง ข้าวโอ๊ด ข้าวโพด ไรน์ เมล็ดทานตะวัน ถั่วเหลือง แฟลกซี๊ด มีสีและรสชาติคล้ายมอลต์ นำไปบั้งแล้วอบให้กรอบก่อนราดหน้าด้วยซอสให้ฉ่ำเสิร์ฟพร้อมการ์เด้นสลัด รสชาติเข้มข้นทานได้ไม่มีเบื่อ
ต่อกันด้วย "Harrods Cafe Benedict" (185.-) แป้งพัฟออนท็อปด้วยแฮมอบน้ำผึ้งและไข่ทอดน้ำเสิร์ฟพร้อมแอปเปิ้ลเขียวและสตรอว์เบอร์รีเพิ่มความสดชื่น ราดด้วยราดซอสฮอลแลนเดสเยิ้มๆ เอาให้ฟินอย่างที่สุด หรือใครที่อยากทานอาหารไทยๆ ทางร้านก็มีเช่นกัน "กะเพราไก่ย่าง"(175.-) โดดเด่นที่เนื้อไก่รสชาติเข้มข้น เกิดจากการหมักก่อนถึงเอามาผัดกับใบกระเพรา เสิร์ฟพร้อมไข่น้ำ ด้วยรสชาติที่ไม่เหมือนใครทำให้เป็นเมนูที่ขายดีสุดๆ
ปิดมื้อด้วยขนมหวานหอมกรุ่น "Earl Grey Tea Float with No.42 Earl Gray Royal Cream and Earl Grey Cavia"(195.-) ชาเอิร์ลเกรย์ต้นตำรับจากอังกฤษ ท็อปปิ้งด้วยครีมนม ซอฟท์ครีมรส No.42 เอิร์ลเกรย์ และโฮมเมดคาเวียร์รสชาเอิร์ลเกรย์เพิ่มเทกเจอร์ในปาก ราดด้วยคาราเมลไซรัป และตกแต่งด้วยบิสกิตตุ๊กตาหมีแฮร์ร์รอดส์รสวานิลลา

"Toast Carbonara & English Bacon" (195.-) ขนมปังอบราดด้วยซอสคาโบนาร่าและเบคอนอังกฤษย่าง
"Harrods Cafe Benedict" (185.-)
"กะเพราไก่ย่าง" (175.-)
"Earl Grey Tea Float with No.42 Earl Gray Royal Cream and Earl Grey Caviar" (195.-)

ต่อกันที่ชั้น 3 กับร้าน “Ajisai Ramen”Aji แปลว่ารสชาติของอาหาร Sai มาจากตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นแปลว่าสีสันเมื่อรวมกันแล้ว “Ajisai” แปลว่าสีสันของรสชาติอาหารนอกจากนี้ยังเป็นชื่อเรียกของดอกไม้ไฮเดรนเยียร์ในภาษาญี่ปุ่น ที่มีหลากสีสัน เปลี่ยนสีไปตามสภาพอากาศและสถานที่ จึงใช้ concept นี้ในการตกแต่งร้านด้วยกระจกสีสันสดใสให้ดูโมเดิร์นยิ่งขึ้น แต่ยังคงรสชาติของราเมงดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งมีความความพิถีพิถันเรื่องขั้นตอนการทำแต่ละเมนู รวมถึงจัดวางวัตถุดิบในแต่ละเมนูให้ได้ตามคอนเซปต์ของร้านให้ลูกค้าได้ซึมซับรสชาติราเมงแบบดั้งเดิม

Ajisai Ramen
Ajisai Ramen มีต้นกำเนิดมาจากจังหวัดคุมาโมโต้ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นซึ่งมีชื่อเสียงที่น้ำซุปราเมนสุดพิเศษมีความเข้มข้นมากเป็นพิเศษกว่าร้านทั่วๆไป

โดนน้ำซุปของร้านจะเข้มข้นจนเหนียว ต้องซดร้อนๆ เพื่อให้ได้รสชาติแบบ Original แต่ถ้าลูกค้าไม่ชอบรสชาติที่เข้มข้นเกินไปสามารถเติม Golden Soup ที่ทางร้านจะมีเสิร์ฟในกระติกให้กับทุกโต๊ะเพื่อปรับรสชาติได้ตามใจชอบ
เริ่มกันด้วยเมนูที่ได้รับการชื่นชอบอย่างมากจากลูกค้า "Shoyu Tonkotsu Ramen" (190.-) ด้วยรสชาติที่เข้มข้นของน้ำซุปกระดูกหมูสูตรต้นตำรับจากญี่ปุ่นและเพิ่มรสชาติเค็มนิดนิดด้วยโชอยู่เมื่อทานกับหมูชาชูหรือหมูย่างที่หมักจนได้ที่นำซุปจะซึมเข้าเนื้อหมูทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้นนุ่มลิ้นยิ่งขึ้น ต่อกันด้วยบะหมี่เย็น "Tsukemen" (240.-) ราเมงสไตล์ญี่ปุ่นเสิร์ฟพร้อมน้ำซุปร้อนๆ เวลาทานให้เอาเส้นราเมงเย็นๆ จุ่มในน้ำซุปปลาแห้งที่มีความเข้มข้นของเนื้อปลาและกลิ่นหอมของปลาย่าง สำหรับคนที่ชอบทานรสจัดต้องจัดไปกับราเมงที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 "Aka Chachu Ramen" (260.-) ซึ่งจะราดด้วยซอส Akamiso หรือซอสเต้าเจี้ยวแดงที่เป็นสูตรเด็ดของทางร้าน เพิ่มความเข้มข้นให้กับราเมนถ้วยนี้ หรือถ้าไม่พอก็ปรุงได้ตามใจชอบจากเครื่องเคียงบนโต๊ะหรือสั่งโดยตรงที่พนักงานได้
นอกจากราเมงแล้วยังมีข้าวหน้าหมูสไตล์ญี่ปุ่น "Kakunidon Set" (190.-) เป็นหมูที่ตุ๋นจนเข้าที่ มีรสชาติหวานราดด้วยซอสมะเขือเทศสูตรพิเศษของทางร้าน มาพร้อมผักกะหล่ำหั่นฝอยเพิ่มรสสัมผัสเวลาทาน เสิร์ฟพร้อมสลัดมัน, ฝรั่งผักดอง และ พุดดิ้งชาเขียววิปครีมล้างปาก

"Shoyu Tonkotsu Ramen" (190.-)
"Tsukemen" (240.-)
"Aka Chachu Ramen" (260.-)
"Kakunidon Set" (190.-)

แล้วก็มาถึงร้านสุดท้ายที่ชั้น 3 เช่นกัน เป็นร้านที่ Beef Lover ไม่ควรพลาด“Wagyu Kamada” ที่ให้คุณได้ทานเนื้อวากิวราคาที่จับต้องได้ เนื้อวัววากิวที่จำหน่ายในประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่จะไม่ใช่เนื้อวากิวจากญี่ปุ่น แถมมีราคาแพงมาก Wagyu Kamada จึงมีความคิดว่า “อยากให้ลูกค้าได้ทานเนื้อวัววากิวญี่ปุ่นแท้ๆ ในราคาสมเหตุสมผล”ทางร้านได้นำเข้าเนื้อวัววากิวจากจังหวัดคาโกชิมา ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นที่แรกในญี่ปุ่นสำหรับการผลิตเนื้อวัววากิว ซึ่งทางร้านมีใบอนุญาตนำเข้าเป็นของตัวเอง ไม่ได้ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ได้เนื้อที่สดและต้นทุนไม่สูงมาก พร้อมทั้งมีการตรวจสุขอนามัยอย่างมีมาตรฐานระดับโลก ทุกคนที่มาทานมั่นใจในรสชาติและความปลอดภัยได้เลย

Wagyu Kamada
เนื้อนำเข้าโดยตรงจากแหล้งผลิตที่มีคุณภาพระดับโลก แต่ราคาจับต้องได้ ใครที่เลิฟวากิวไม่ควรพลาด

ประเดิมร้านนี้ด้วยเนื้อวากิวร้อนๆ ที่เชฟเป็นคนแนะนำ “สเต๊กเชฟแนะนำ”(Set 890.- | A La Carte 800.-) เนื้อวากิวนำเข้าจากญี่ปุ่นที่เชฟคัดสรรมาให้อย่างไม่ซ้ำกันจากส่วนต่างๆ ของวัว ย่างบนหินร้อนทุกๆ คำด้วยตัวเอง ทั้งสนุกทั้งรสชาติเยี่ยม สุดฟิน น้ำย่อยเดินขอบอก! ตามด้วย “วากิวมากิซูชิ”(180.-) ข้าวห่อสาหร่ายเนื้อวากิวที่กริลล์แบบ medium ทานเพลินๆ หมดไม่รู้ตัว
นอกจากเนื้อวากิวแล้วใครที่ไม่ทานเนื้อทางร้านยังมี “ข้าวแกงกะหรี่” (180.-) ข้าวที่ถูกปกคลุมด้วยไข่สีเหลืองสวยงามที่ทอดมากำลังดี ทานคู่กับแกงกะหรี่นำเข้าจากเมืองคามาคุระ ประเทศญี่ปุ่น รสชาติเข้มข้นถูกใจแน่นอน นอกจากนี้ยังมีเมนูแนะนำอย่าง “ชุดแซลมอนข้าวผัดกระเทียม” (250.-) เหมาะกับผู้หญิงที่ไม่อยากทานอะไรหนักท้องจนเกินไป ข้าวผัดกระเทียม (สามารถเลือกเป็นข้าวญี่ปุ่นได้) เสิร์ฟพร้อมแซลมอนชิ้นโตที่กริลล์กำลังดีราดด้วยซอสเทอริยากิสูตรเด็ดของทางร้าน หอมยั่วน้ำลายอย่างที่สุด
ตอนนี้มี Opening Promotion ลด 20% อีกด้วย เมนูจะเป็นอะไรตามมาที่ร้านเลย ดังนั้นแล้วถ้าใครอยากทานเนื้อวากิวญี่ปุ่นแท้ 100% ต้องที่ Wagyu Kamada

“สเต๊กเชฟแนะนำ” (Set 890.- | A La Carte 800.-)
“สเต๊กเชฟแนะนำ” (Set 890.- | A La Carte 800.-)
“วากิวมากิซูชิ” (180.-)
“วากิวมากิซูชิ” (180.-)
“ข้าวแกงกะหรี่” (180.-)
“ข้าวแกงกะหรี่” (180.-)
“ชุดแซลมอนข้าวผัดกระเทียม” (250.-)
“ชุดแซลมอนข้าวผัดกระเทียม” (250.-)

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 3 ร้านน้องใหม่แห่ง Mercury Ville แค่เห็นรูปน้ำย่อยก็เริ่มส่งเสียงประท้วงแล้ว เห็นทีแบบนี้ห้ามพลาด ตามไปลองกัน!!!

เมนูห้ามพลาด

Toast Carbonara & English Bacon, Shoyu Tonkotsu Ramen, สเต๊กเนื้อวากิว

แผนที่

ชั้น 1 The Mercury Ville @ Chidlom

การติดต่อ

😋 อร่อยขอแนะนำ ทั้งนุ่ม หอม หวาน เค็ม
Phone number : 061-419-6069
540 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน 10330เดอะ เมอร์คิวรี่ วิลล์,ปทุมวัน
Ramen Ajisen Mercury Ville
Phone number : 02-252-0180
ประเภท
Wagyu Kamada
Phone number : 02-253-2915
Line : @mkc9861k
Instagram : wagyukamada
540, ถนนเพลินจิต, ลุมพินี, กรุงเทพมหานคร, 10330, ประเทศไทย,ปทุมวัน